ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คิดให้กว้าง

มีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง..
ประกาศรับสมัครพนักงานใหม่
มีคนมาสมัครมากมายหลายร้อยคน
บริษัทนั้นให้ผู้สมัครทุกคนทำการตอบคำถามหนึ่งข้อ
ซึ่งคำถามมีอยู่ว่า...
ในดึกคืนหนึ่ง...
ขณะที่มีฝนตกฟ้าคะนองขนาดหนักมากและคุณกำลังขับรถกลับบ้าน..ขณะที่คุณกำลังขับรถผ่านป้ายรถเมล์ป้ายหนึ่ง
คุณพบ..คนสามคน..
"กำลังรอให้ฝนหยุด..เพราะดึกเกินกว่าจะมีรถเมล์วิ่งแล้ว"
คนสามคนนั้นคือ
1. หญิงชรา..ที่กำลังป่วยและต้องการการรักษาด่วน
มิฉะนั้นเธออาจจะตายได้
2. หมอ..ซึ่งครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตคุณไว้
3. ผู้หญิงคนหนึ่ง..ซึ่งเป็น "แฟนของคุณและคุณรักเขามากขนาดจะแต่งงานกับเขาให้ได้"
คำถาม???...มีอยู่ว่า...
รถที่คุณขับ..เป็นรถสปอร์ตแบบที่นั่งได้แค่สองคน
ดังนั้น..คุณจึงสามารถรับคนไปด้วยได้อีกแค่คนเดียว..
ถ้าเป็นคุณ..คุณจะรับใครไป..และเหตุผลเพราะอะไร???
ลองคิดดูสิว่า..ถ้าเราต้องเป็นคนตอบคำถามข้อนี้
เราจะตอบว่ายังไง...????
เอาล่ะ...มาดูคำตอบกัน
เหตุผลข้างล่างนี้..เป็นเหตุผลของคนเกือบทุกคน!!!
1. ถ้าคุณตอบว่ารับคนแก่ เหตุผลก็เพราะเขากำลังจะตาย ถ้าคุณรับไปก็เท่ากับช่วยชีวิตคนได้
2. ถ้าคุณตอบว่ารับหมอ เหตุผลก็เพราะเขามีบุณคุณกับคุณ และนี่คือเวลาที่จะตอบแทนได้บางส่วน
3. ถ้าคุณตอบว่ารับแฟนคุณ เหตุผลก็เพราะ เขาเป็นคนที่คุณรัก
ผมคิดว่าหลายคนคงเลือกคำตอบจาก 1 ใน 3 ข้อนี้ใช่ใหมครับ..
แต่ผู้ที่บริษัทนั้น.."รับเข้าทำงาน"
เป็นผู้เดียวที่ตอบอีกแบบนึง...!!!!!!!
เขาตอบว่า ..
"เขาจะให้กุญแจรถกับหมอ.. (ขับรถเป็น) ..
ให้หมอพาคนแก่ไปโรงพยาบาล
และเขาก็จะอยู่ที่ป้ายรถเมล์นั้น กับคนที่เขารัก"
เป็นไงล่ะ.. ประหลาดใจกับคำตอบมั้ยครับ??
และคิดว่ามันเป็นคำตอบที่ดีมากใช่มั้ยครับ???
จริงๆแล้ว..คนเรามักจะยึดติดและไม่ยอมปล่อยผลประโยชน์ตรงหน้า (กุญแจรถ และการกลับบ้าน)
ทำให้เรามองอะไร ด้วยมุมมองที่แคบลง..
จะเห็นว่าการมอบกุญแจรถให้หมอ
นอกจากจะได้ตอบแทนบุญคุณ (หมอก็คงไม่ยึดรถไปเป็นของตัวเองหรอก ภายหลังก็เอามาคืน)
และเรายังได้ "ช่วยชีวิตหญิงชรา
แถมได้อยู่กับคนที่เรารัก แบบสองต่อสอง"
เรียกได้ว่า..เราเสียไปแค่ไม่ได้กลับบ้านในตอนนั้น!
แต่เราสามารถ..บรรลุวัตถุประสงค์ใหญ่ได้
บางครั้งถ้าเรา..มองในมุมที่กว้างขึ้น
และไม่ยึดติดกับผลประโยชน์จนเกินไป..
เสียสละ และรักคนอื่นบ้าง
ทุกอย่างก็จะมีมุมที่สวยงามอย่างนี้เสมอครับ..
^______^

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

การรอคอยของ อัง ลี

วินทร์ เลียววาริณ 23 มิถุนายน 2016  ·  อัง ลี เป็น 'แม่บ้าน' นานหกปี ตลอดหกปีนั้นเขาเลี้ยงลูก ดูแลบ้าน ทำอาหารแทนภรรยา เป็นหกปีที่เขาพยายามหางานที่เขารัก เป็นหกปีที่ภรรยาของเขาเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว  เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าละอายตามธรรมเนียมจีน แต่ภรรยาของเขาเข้าใจและยืนยันให้เขาทำในสิ่งที่รัก คือภาพยนตร์ อัง ลี เกิดที่จังหวัดเกษตรกรรมทางภาคใต้ของไต้หวัน ครอบครัวของเขามุ่งเน้นการศึกษาและขนบธรรมเนียมจีนเก่า พ่อแม่อพยพมาจากเมืองจีนหลังจากคอมมิวนิสต์ยึดแผ่นดินจีนสำเร็จในปี พ.ศ. 2492 เขาเรียนในโรงเรียนที่พ่อเป็นครูใหญ่ ดังนั้นจึงถูกคาดหวังให้เรียนดีเพื่อที่จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ตรงข้ามเขากลับสอบตกสองหน เขาหันเหไปเข้าวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติ เมื่อเขาสอบเข้าไปเรียนศิลปะภาพยนตร์นั้น เขาไม่ได้รับคำชื่นชมจากพ่อเลยแม้แต่น้อย เพราะค่านิยมของชาวจีนรุ่นเก่า การเต้นกินรำกินเป็นสิ่งต่ำต้อยอย่างยิ่ง หลังจากจบการศึกษาที่ไต้หวัน เขาไปเรียนต่อที่อเมริกา ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เขาเป็นผู้ช่วยเพื่อนนักศึกษา สไปค์ ลี ทำหนังวิทยานิพนธ์ ภาพยนตร์วิทยานิพนธ์ของเขาเองก็ได้รับรา...

รายได้หายวับในพริบตาเดียว ในฐานะซีอีโอ จะแก้ปัญหาอย่างไร

Workpoint News 5 ชม.  ·  ถ้าธุรกิจที่มีกำไรวันละหลายล้านบาท รายได้หายวับในพริบตาเดียว ในฐานะซีอีโอ จะแก้ปัญหาอย่างไร จะเลือกลดพนักงานทันทีเพื่อตัดรายจ่ายไหม หรือจะลองหาวิธีวางแผนด้วยกลยุทธ์อื่นเพื่อแก้สถานการณ์ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในช่วงโควิด-19 ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบหมด แต่หลังจากยอดผู้ติดเชื้อลดลง สถานการณ์ก็ค่อยๆ เริ่มคลี่คลาย ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศต่างๆ กลับมาเปิดบริการตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคการท่องเที่ยวยังคงต้องเจ็บตัวอยู่ ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีคำสั่งให้ปิดโรงแรมชั่วคราว และในเวลาต่อมา แม้โรงแรมจะเปิดบริการแล้ว แต่ความรู้สึกของประชาชนในประเทศก็ยังหลีกเลี่ยงการเดินทางอยู่ เพราะมีความหวั่นใจในเรื่องไวรัส ไม่มีอะไรการันตีว่าโรงแรมที่พักจะรักษาความสะอาดมากแค่ไหน ส่วนรายได้ก้อนใหญ่ของธุรกิจโรงแรมที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็กลายเป็นศูนย์ เช่นกัน เพราะประ...