คอลัมน์ ถามมา-ตอบไป สไตล์คอนซัลต์
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา apiwut@riverorchid.com
เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสร่วมกับเพื่อน ๆที่อบรมหลักสูตร Executive DevelopmentProgram (EDP) ซึ่งจัดโดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยกว่า 50 ชีวิต เดินทางไปเยี่ยม dtac ที่เปิดบ้านชั้น 32 ตึกจามจุรีสแควร์ต้อนรับพวกเรา
วันนั้นได้รับเกียรติจาก คุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ CEO ของ dtac กล่าวเปิดงานและเล่าถึงวิธีการสร้างผู้นำอารมณ์ดีสไตล์ดีแทคให้ฟัง ต้องยอมรับว่าไม่เคยพบคุณจอนมาก่อน ที่ผ่านมาได้แค่ติดตามข่าวคราวของผู้ชายคนนี้ทางหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อ ต่าง ๆ บ้างเท่านั้น
ในสายตาของผมสมัยที่ยังไม่มีโอกาสได้เจอ คุณจอนดูเป็นคนซีเรียส, จริงจัง และดุดัน ผมจำได้ว่าสมัยที่ท่านรับตำแหน่งใหม่ ๆ ก็พะบู๊หลายด้าน จนเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง
แต่เมื่อมีโอกาสเจอตัวจริง เสียงจริง กลับไม่ใช่อย่างที่เห็น คุณจอนเป็นคนอารมณ์ดี,คุยสนุก, เปิดเผย และที่สำคัญมีทักษะในการสื่อสารขั้นเทพเลยทีเดียว
เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสร่วมกับเพื่อน ๆที่อบรมหลักสูตร Executive DevelopmentProgram (EDP) ซึ่งจัดโดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยกว่า 50 ชีวิต เดินทางไปเยี่ยม dtac ที่เปิดบ้านชั้น 32 ตึกจามจุรีสแควร์ต้อนรับพวกเรา
วันนั้นได้รับเกียรติจาก คุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ CEO ของ dtac กล่าวเปิดงานและเล่าถึงวิธีการสร้างผู้นำอารมณ์ดีสไตล์ดีแทคให้ฟัง ต้องยอมรับว่าไม่เคยพบคุณจอนมาก่อน ที่ผ่านมาได้แค่ติดตามข่าวคราวของผู้ชายคนนี้ทางหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อ ต่าง ๆ บ้างเท่านั้น
ในสายตาของผมสมัยที่ยังไม่มีโอกาสได้เจอ คุณจอนดูเป็นคนซีเรียส, จริงจัง และดุดัน ผมจำได้ว่าสมัยที่ท่านรับตำแหน่งใหม่ ๆ ก็พะบู๊หลายด้าน จนเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง
แต่เมื่อมีโอกาสเจอตัวจริง เสียงจริง กลับไม่ใช่อย่างที่เห็น คุณจอนเป็นคนอารมณ์ดี,คุยสนุก, เปิดเผย และที่สำคัญมีทักษะในการสื่อสารขั้นเทพเลยทีเดียว
นอกจากนั้น ท่านยังมีปรัชญาในการทำงานดี ๆ และวลีเด็ด ๆ ที่ฟังแล้วกระชากใจหลายประเด็น อาทิ
"พนักงานไม่ได้ทุ่มเทและตั้งใจทำงานมากกว่าที่ควรจะเป็นเพราะ องค์กร แต่พวกเขาทำเพราะรัก และชื่นชมในหัวหน้าของเขาต่างหาก" (People don"t go the extra mile for an organization, they go the extra mile for a boss)
"การใช้อำนาจใด ๆ ก็ตามในองค์กร จะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่ออำนาจนั้นถูกใช้ไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา พนักงานเท่านั้น" (Any relationship of power is legitimate if the aim of that relationship is the development of employees)
"ผู้นำที่เอาแต่ได้ ใช้คนเพื่อทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย" (Taking leader is using people to deliver target or task)
"ผู้นำที่มีแต่ให้ ใช้การทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายเพื่อพัฒนาคน" (Giving leader is using target or task to develop people) เป็นต้น
แนวทางการสร้างผู้นำของ dtac ก็น่าสนใจไม่น้อย หนึ่งในวิธีการที่ใช้คือการให้อิสระ และอำนาจในการทำงาน (Empowerment) ซึ่งฟังดูแม้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ที่น่าสนใจคือการนำมาใช้ให้เกิดผลได้จริง ๆ นั่นเอง
ที่ dtac การ Empower ที่ถูกต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน คือ
1.การให้เครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสม และเพียงพอในการทำงาน (Means) เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์สื่อสาร, โครงข่ายเพื่อการเชื่อมต่อ รวมถึงโครงสร้างการทำงานที่เหมาะสมด้วย เป็นต้น
2.การมีความรู้ความสามารถรวมถึงทักษะที่เหมาะสม และเพียงพอในการทำงาน (Ability) เช่น ความรู้ในเชิงเทคนิค, ความสามารถในการสื่อสาร, ทักษะในการบริหารจัดการและแก้ปัญหาความขัดแย้ง เป็นต้น
3.การมีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจหรือกระทำลงไป (Accountability) ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ Empowerment ที่ขาด Accountability มีโอกาสนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี
ประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งที่ dtac ให้ความสนใจและน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Empowerment มีประสิทธิภาพ
คุณจอนอธิบายว่า พฤติกรรมของหัวหน้าในเรื่องการแสดงความรับผิดชอบ (Accountability) มีผลต่อความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของลูกน้อง
หากลูกน้องทำงานดี หัวหน้าชมเชย และชื่นชมกับความสำเร็จ ย่อมส่งผลให้ลูกน้องมีความภาคภูมิใจ และกระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป (Go An Extra Mile) ในทางกลับกัน หากลูกน้องทำงานได้ดี แต่หัวหน้าไม่เคยเอ่ยปากชื่นชมเลย พฤติกรรมของหัวหน้าเช่นนี้เรียกว่า พวกเห็นแก่ตัว (Selfish) เพราะจะเอาแต่ได้อย่างเดียว โดยไม่คิดจะให้เลยแม้แต่น้อย !
ในขณะที่ถ้าลูกน้องทำงานได้ไม่ดี หัวหน้าก็ต้องกล้าที่จะว่ากล่าวตักเตือน หรือลงโทษตามสมควร เพื่อปรับทัศนคติ หรือพฤติกรรมให้กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ในทางกลับกันหากลูกน้องทำงานไม่ดี แต่หัวหน้าปล่อยปละละเลย ไม่สนใจใส่ใจที่จะเรียกมาพูดคุยเพื่อปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรมของหัวหน้าเช่นนี้เรียกว่า พวกขี้ขลาด (Coward) เพราะเอาแต่หลบหัวอยู่ในกระดอง ไม่กล้าออกมาเผชิญหน้ากับความจริง !
เวลาของวันนั้น 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราได้ทั้งเนื้อหาสาระ และความสนุกสนานเป็นกันเอง ตามสไตล์ Happy อย่าง dtac เมื่อใกล้เพลาเที่ยงจึงถือโอกาสกราบลาเจ้าภาพ แล้วลงมาหม่ำข้าวพร้อมพูดคุยกันต่อถึงอาหารสมองที่ได้รับ
ช่างเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้ประโยชน์มากจริง ๆ...เลยเก็บมาเล่าให้แฟน ๆ ฟังครับ
"พนักงานไม่ได้ทุ่มเทและตั้งใจทำงานมากกว่าที่ควรจะเป็นเพราะ องค์กร แต่พวกเขาทำเพราะรัก และชื่นชมในหัวหน้าของเขาต่างหาก" (People don"t go the extra mile for an organization, they go the extra mile for a boss)
"การใช้อำนาจใด ๆ ก็ตามในองค์กร จะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่ออำนาจนั้นถูกใช้ไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา พนักงานเท่านั้น" (Any relationship of power is legitimate if the aim of that relationship is the development of employees)
"ผู้นำที่เอาแต่ได้ ใช้คนเพื่อทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย" (Taking leader is using people to deliver target or task)
"ผู้นำที่มีแต่ให้ ใช้การทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายเพื่อพัฒนาคน" (Giving leader is using target or task to develop people) เป็นต้น
แนวทางการสร้างผู้นำของ dtac ก็น่าสนใจไม่น้อย หนึ่งในวิธีการที่ใช้คือการให้อิสระ และอำนาจในการทำงาน (Empowerment) ซึ่งฟังดูแม้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ที่น่าสนใจคือการนำมาใช้ให้เกิดผลได้จริง ๆ นั่นเอง
ที่ dtac การ Empower ที่ถูกต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน คือ
1.การให้เครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสม และเพียงพอในการทำงาน (Means) เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์สื่อสาร, โครงข่ายเพื่อการเชื่อมต่อ รวมถึงโครงสร้างการทำงานที่เหมาะสมด้วย เป็นต้น
2.การมีความรู้ความสามารถรวมถึงทักษะที่เหมาะสม และเพียงพอในการทำงาน (Ability) เช่น ความรู้ในเชิงเทคนิค, ความสามารถในการสื่อสาร, ทักษะในการบริหารจัดการและแก้ปัญหาความขัดแย้ง เป็นต้น
3.การมีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจหรือกระทำลงไป (Accountability) ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ Empowerment ที่ขาด Accountability มีโอกาสนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี
ประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งที่ dtac ให้ความสนใจและน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Empowerment มีประสิทธิภาพ
คุณจอนอธิบายว่า พฤติกรรมของหัวหน้าในเรื่องการแสดงความรับผิดชอบ (Accountability) มีผลต่อความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของลูกน้อง
หากลูกน้องทำงานดี หัวหน้าชมเชย และชื่นชมกับความสำเร็จ ย่อมส่งผลให้ลูกน้องมีความภาคภูมิใจ และกระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป (Go An Extra Mile) ในทางกลับกัน หากลูกน้องทำงานได้ดี แต่หัวหน้าไม่เคยเอ่ยปากชื่นชมเลย พฤติกรรมของหัวหน้าเช่นนี้เรียกว่า พวกเห็นแก่ตัว (Selfish) เพราะจะเอาแต่ได้อย่างเดียว โดยไม่คิดจะให้เลยแม้แต่น้อย !
ในขณะที่ถ้าลูกน้องทำงานได้ไม่ดี หัวหน้าก็ต้องกล้าที่จะว่ากล่าวตักเตือน หรือลงโทษตามสมควร เพื่อปรับทัศนคติ หรือพฤติกรรมให้กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ในทางกลับกันหากลูกน้องทำงานไม่ดี แต่หัวหน้าปล่อยปละละเลย ไม่สนใจใส่ใจที่จะเรียกมาพูดคุยเพื่อปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรมของหัวหน้าเช่นนี้เรียกว่า พวกขี้ขลาด (Coward) เพราะเอาแต่หลบหัวอยู่ในกระดอง ไม่กล้าออกมาเผชิญหน้ากับความจริง !
เวลาของวันนั้น 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราได้ทั้งเนื้อหาสาระ และความสนุกสนานเป็นกันเอง ตามสไตล์ Happy อย่าง dtac เมื่อใกล้เพลาเที่ยงจึงถือโอกาสกราบลาเจ้าภาพ แล้วลงมาหม่ำข้าวพร้อมพูดคุยกันต่อถึงอาหารสมองที่ได้รับ
ช่างเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้ประโยชน์มากจริง ๆ...เลยเก็บมาเล่าให้แฟน ๆ ฟังครับ
ขอบคุณ http://www.prachachat.net/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น