ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ถอดรหัสแนวคิด บิ๊กบอสคนเก่งแห่ง AirAsia


รูปภาพ : » ถอดรหัสแนวคิด บิ๊กบอสคนเก่งแห่ง AirAsia 

ในปี 2544 ดาโต๊ะ ศรี โทนี เฟอร์นันเดส Co-founder และ Director ของแอร์เอเชีย 

ซึ่งขณะนั้น...ยังเป็นผู้อำนวยการของวอร์เนอร์มิวสิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดูแลภูมิภาคอาเซียน 

คืนหนึ่ง... เขาเห็นโฆษณาสายการบินอีซีเจ็ตทางโทรทัศน์และสนใจในแนวคิดสายการบินต้นทุนต่ำ แล้วตระหนักว่าธุรกิจนี้คือสิ่งที่เขาอยากทำ

 เขาโทรศัพท์ไปบอกภรรยาถึงแผนงาน แต่เธออดหัวเราะไม่ได้

เขานำบ้านไปจำนองและชักชวนเพื่อนสนิทสองคนในวงการเพลงมาก่อตั้งบริษัททูนแอร์ อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียไม่อนุมัติคำร้องขอใบอนุญาต

เขารีบขอนัดพบนายกรัฐมนตรี ดร. ตุน มหาธีร์ โมฮัมหมัด ซึ่งแนะว่าแทนที่จะขอใบอนุญาต เฟอร์นันเดสควรซื้อกิจการของแอร์เอเชียซึ่งเป็นธุรกิจย่อยของรัฐที่กำลังเป็นหนี้อย่างหนัก

ด้วยความกล้าบ้าบิ่น เขาประกาศว่า “ผมจะซื้อแอร์เอเชียด้วยราคาหนึ่งริงกิต” เขาได้รับคำตอบว่า “ได้ พรุ่งนี้มาซื้อไปเลย”

เฟอร์นันเดสอาจได้รับสายการบินมาในราคาหนึ่งริงกิต (11 บาท) แต่เขาและหุ้นส่วนต้องรับภาระหนี้ที่มีมูลค่ากว่า 40 ล้านริงกิต 

::::::::::::::::::


อย่างไรก็ดี วิสัยทัศน์ของเขาโบยบิน โดยปีเดียวกันนั้น เขามีพนักงาน 250 คนและเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 เก่า ๆ อีกสองลำเพื่อบินแค่เส้นทางเดียว

แต่โศกนาฏกรรมที่อุบัติขึ้นเกือบบดขยี้ความฝันของเขา

การโจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายนทำให้ผู้คนหวาดหวั่นที่จะบิน แต่เฟอร์นันเดสมองเห็นโอกาสทองในสิ่งที่อาจเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง

- ค่าเช่าเครื่องบินลดฮวบฮาบลงร้อยละ 40 ทำให้บริษัทประหยัดต้นทุนได้มาก

- สายการบินต่าง ๆ ปลดพนักงานออก เปิดโอกาสให้เขาว่าจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์ด้วยราคาที่ถูกลง 


หนึ่งปีต่อมา...แอร์เอเชียชำระหนี้จนหมดสิ้น และมาถึงจุดคุ้มทุน

“พวกเราคนเอเชียมีนิสัยชอบตีโพยตีพายและโวยวายว่าทำไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าเราใส่ใจจะทำ” เขากล่าว 

เก้าปีต่อมา แอร์เอเชียเป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก บรรทุกผู้โดยสารรวมถึงวันนี้ 85 ล้านคน มีพนักงาน 7,000 คน และเส้นทางการบินกว่า 130 สายในเอเชีย ออสเตรเลีย และยุโรป

::::::::::::::::::


เฟอร์นันเดส ศิษย์เก่าของวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งกรุงลอนดอน เป็นผู้บริหารระดับสูงประเภทสบาย ๆ 

“ผมใส่เสื้อผ้าธรรมดาไปทำงาน กางเกงที่ผมใส่บางทีเก่ากว่าพนักงานด้วยซ้ำ”

และเขายังบริหารแอร์เอเชียด้วยหลักการที่ไม่เหมือนใคร เช่น...

บริษัทวางโครงสร้างการบริหารแนวราบซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงนายใหญ่ได้ เขากำจัดขั้นตอนยุ่งยากในการทำงาน ทำให้ทุกคนกล้าพูดและเสนอความคิดเห็นที่มีค่าอย่างยิ่ง

“คนคือทรัพย์สินล้ำค่าที่สุดของเรา รับคนที่เก่งที่สุดเข้ามาและให้พวกเขาเติบโต ให้พวกเขาเติมเต็มความฝันของตน ช่วยให้พวกเขาค้นหาความสามารถที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามี” 

::::::::::::::::::


ตอนบริษัทยังมีขนาดค่อนข้างเล็ก เขาเคยพยายามลองเข้าไปทำงานในแผนกต่าง ๆ เป็นคนยกกระเป๋า เป็นเจ้าหน้าที่เช็กอิน และแม้กระทั่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นเวลาหนึ่งวัน

ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เขาติดดิน มองเห็นปัญหาและความต้องการที่แท้จริง

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เขาเห็นคนที่มีศักยภาพในบริษัท

เมื่อเขารู้ว่าคนยกกระเป๋าบางคนฝันอยากเป็นนักบิน เขาจัดฝึกอบรมให้คนเหล่านั้น เขาภูมิใจมากกับความจริงที่ว่า “18 เดือนต่อมา พวกเขาขับเครื่องบินได้แล้ว”

แอร์เอเชียยังอวดอีกว่ามีนักบินหญิง 35 คนในหมู่พนักงาน

“ถ้าผู้หญิงบริหารประเทศได้ก็ต้องขับเครื่องบินได้แน่” เขาประกาศ


ขอจบบทความด้วยวาทะเด็ดของเขา ที่ว่า...

“เชื่อในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อย่ายอมรับคำปฏิเสธเป็นคำตอบ” 

::::::::::::::::::


Credit : Reader's Digest


#Life101Page #AirAsia #TonyFernandes

ในปี 2544 ดาโต๊ะ ศรี โทนี เฟอร์นันเดส Co-founder และ Director ของแอร์เอเชีย ซึ่งขณะนั้นยังเป็นผู้อำนวยการของวอร์เนอร์มิวสิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดูแลภูมิภาคอาเซียน 

คืนหนึ่ง เขาเห็นโฆษณาสายการบินอีซีเจ็ตทางโทรทัศน์และสนใจในแนวคิดสาย
การบินต้นทุนต่ำ แล้วตระหนักว่าธุรกิจนี้คือสิ่งที่เขาอยากทำ เขาโทรศัพท์ไปบอกภรรยาถึงแผนงาน แต่เธออดหัวเราะไม่ได้

เขานำบ้านไปจำนองและชักชวนเพื่อนสนิทสองคนในวงการเพลงมาก่อตั้งบริษัท
ทูนแอร์ อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียไม่อนุมัติคำร้องขอใบอนุญาต

เขารีบขอนัดพบนายกรัฐมนตรี ดร. ตุน มหาธีร์ โมฮัมหมัด ซึ่งแนะว่าแทนที่
จะขอใบอนุญาต เฟอร์นันเดสควรซื้อกิจการของแอร์เอเชียซึ่งเป็นธุรกิจย่อยของรัฐที่กำลังเป็นหนี้อย่างหนักด้วยความกล้าบ้าบิ่น เขาประกาศว่า 

“ผมจะซื้อแอร์เอเชียด้วยราคาหนึ่งริงกิต” เขาได้รับคำตอบว่า 
“ได้ พรุ่งนี้มาซื้อไปเลย”

เฟอร์นันเดสอาจได้รับสายการบินมาในราคาหนึ่งริงกิต (11 บาท) 
แต่เขาและหุ้นส่วนต้องรับภาระหนี้ที่มีมูลค่ากว่า 40 ล้านริงกิต

อย่างไรก็ดี วิสัยทัศน์ของเขาโบยบิน โดยปีเดียวกันนั้น เขามีพนักงาน 250 คน
และเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 เก่า ๆ อีกสองลำเพื่อบินแค่เส้นทางเดียว

แต่โศกนาฏกรรมที่อุบัติขึ้นเกือบบดขยี้ความฝันของเขาการโจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายนทำให้ผู้คนหวาดหวั่นที่จะบิน 

แต่เฟอร์นันเดสมองเห็นโอกาสทองในสิ่งที่อาจเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง
- ค่าเช่าเครื่องบินลดฮวบฮาบลงร้อยละ 40 ทำให้บริษัทประหยัดต้นทุนได้มาก
- สายการบินต่าง ๆ ปลดพนักงานออก เปิดโอกาสให้เขาว่าจ้างพนักงานที่มี
ประสบการณ์ด้วยราคาที่ถูกลง


หนึ่งปีต่อมา...แอร์เอเชียชำระหนี้จนหมดสิ้น และมาถึงจุดคุ้มทุน
“พวกเราคนเอเชียมีนิสัยชอบตีโพยตีพายและโวยวายว่าทำไม่ได้ 
ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าเราใส่ใจจะทำ” เขากล่าว 


เก้าปีต่อมา แอร์เอเชียเป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก 
บรรทุกผู้โดยสารรวมถึงวันนี้ 85 ล้านคน มีพนักงาน 7,000 คน และเส้นทางการบินกว่า 130 สายในเอเชีย ออสเตรเลีย และยุโรป

เฟอร์นันเดส ศิษย์เก่าของวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งกรุงลอนดอน 
เป็นผู้บริหารระดับสูงประเภทสบาย ๆ
“ผมใส่เสื้อผ้าธรรมดาไปทำงาน กางเกงที่ผมใส่บางทีเก่ากว่าพนักงานด้วยซ้ำ”
และเขายังบริหารแอร์เอเชียด้วยหลักการที่ไม่เหมือนใคร เช่น...
บริษัทวางโครงสร้างการบริหารแนวราบซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงนายใหญ่ได้ 
เขากำจัดขั้นตอนยุ่งยากในการทำงาน ทำให้ทุกคนกล้าพูดและเสนอความคิดเห็นที่มีค่าอย่างยิ่ง

“คนคือทรัพย์สินล้ำค่าที่สุดของเรา รับคนที่เก่งที่สุดเข้ามาและให้พวกเขาเติบโต 
ให้พวกเขาเติมเต็มความฝันของตน ช่วยให้พวกเขาค้นหาความสามารถที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามี”


ตอนบริษัทยังมีขนาดค่อนข้างเล็ก เขาเคยพยายามลองเข้าไปทำงานในแผนกต่างๆ 
เป็นคนยกกระเป๋า เป็นเจ้าหน้าที่เช็กอิน และแม้กระทั่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นเวลาหนึ่งวัน ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เขาติดดิน มองเห็นปัญหาและความต้องการที่แท้จริง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เขาเห็นคนที่มีศักยภาพในบริษัท

เมื่อเขารู้ว่าคนยกกระเป๋าบางคนฝันอยากเป็นนักบิน เขาจัดฝึกอบรมให้คนเหล่านั้น 
เขาภูมิใจมากกับความจริงที่ว่า “18 เดือนต่อมา พวกเขาขับเครื่องบินได้แล้ว”

แอร์เอเชียยังอวดอีกว่ามีนักบินหญิง 35 คนในหมู่พนักงาน
“ถ้าผู้หญิงบริหารประเทศได้ก็ต้องขับเครื่องบินได้แน่” เขาประกาศ

ขอจบบทความด้วยวาทะเด็ดของเขา ที่ว่า...
“เชื่อในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อย่ายอมรับคำปฏิเสธเป็นคำตอบ”

Credit : Reader's Digest




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

20 อาหารล้างพิษ

20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆครับ 20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆ 1. สาหร่าย : ช่วยดูดซึมคลื่นรังสีที่สะสมในร่างกาย สามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก 2.  หัวหอม : ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดระดับ LDL ตัวการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น รักษาโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ 3. มะนาว : เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น 4. เมล็ดแฟลกซ์ : อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับ LDL นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย 5. กระเจี๊ยบ : น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยขจัดชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ 6. ทับทิม : สามารถรักษาอา...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...