“ความสุข” ใครๆก็อยากได้ และหลายคนตั้งใจ มั่นแสวงหามาชั่วชีวิต แต่ไม่เคยพบ
“ความสุข” เริ่มต้นทำได้เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน แค่ 30 นาที ก็ดูจะพอเห็นมันโบกมือ
ให้อยู่ตรงหน้าแล้ว
เกรทเชน รูบิน เขียนลงเว็บไซต์เรียลซิมเปิล (www.realsimple.com) แนะนำ “9 สิ่งที่คุณ
สามารถทำให้มีความสุขได้ใน 30 นาที” โดยบอกว่า กิจกรรมที่จะแนะนำให้ทำนี้ไม่เพียงแต่
เพิ่มความสุขเท่านั้น แต่ยังหมายถึงว่าการที่เราได้ทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จลุล่วงลงได้
อย่างเป็นรูปธรรมนั้น ก็จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นด้วย
ข้อแรก เพิ่มระดับกิจกรรม ออกแรงกำลังใช้พลังงานให้มากขึ้น ถ้าอยู่นิ่งๆ นานๆ
ให้ลองขยับตัว ออกกำลัง อาจจะเดินขึ้นลงบันไดแทนขึ้นลิฟต์ ออกแรงพูดเสียงดังขึ้น
หรือเดินให้เร็วขึ้นสักสิบนาทีถัดมา ลองออกไปเดินข้างนอก งานวิจัยบอกว่า
แสงข้างนอกช่วยกระตุ้นสารเคมีในสมอง ช่วยปรับอารมณ์ การออกไปรับแดดเช้า
ก็เป็นสิ่งแรกที่ควรทำ
ข้อสอง ติดต่อกับคนอื่นบ้าง ส่งอีเมล์ไปทักทายเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลานาน
หรือออกไปหาเพื่อนใหม่ การมีความผูกพันใกล้ชิดกับใครไว้บ้างเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง
ในกุญแจสู่ความสุข เมื่อเราเริ่มเป็นเพื่อนกับใคร เราก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบกลับมา
และทำให้อารมณ์ดีขึ้นด้วย ปลดปล่อยตัวเองจากการหาเรื่องจับผิด เรื่อง ไม่สำคัญ
ควรให้ความสำคัญกับเรื่องที่จำเป็น ซื้อสิ่งของที่จำเป็นจริงๆ หรือทำในสิ่งที่มักผัดผ่อนมานาน
อย่างการนัดหมายพบทันตแพทย์ ข้ามรายการสิ่ง จำเป็นต้องทำที่น่าเบื่อไปเสียบ้างก็จะทำให้
มีความสุขได้
ข้อสาม ลองสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความสงบยิ่งขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมข้างนอกนั้นก็เกี่ยวกับ
สันติสุขด้านใน จึงควรจัดการกับจานชามกองโตในครัว หรืองานจุกจิกที่แวดล้อมที่รู้สึกรุมเร้า
อยู่รอบกาย แต่ที่จริงถ้าให้เวลากับมันแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ลองตั้งเวลาสัก 10 นาที แล้วลง
มือทำก็จะเห็นว่าคุณทำได้ทำดีด้วยใจจริง ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำคนให้ รู้จักกันทางอีเมล์
หรือใช้เวลาเล็กน้อยส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่นช่วยชีวิตคนอื่น ด้วยการลงนาม
แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ แล้วอย่าลืมบอกสมาชิกในครอบครัว ด้วยว่าได้ตัดสินใจ
อย่างนั้นแล้ว ทำดี-รู้สึกดี ย่อมได้รับสิ่งดีกลับมารู้สึกเป็นสุข ต้องบอกตัวเองอย่างนี้
เหมือนหลอกตัวเอง จนกว่าจะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ มีงานวิจัยที่บอกว่าให้ลองฝืนยิ้มเพื่อ
กระตุ้นอารมณ์ให้ดีขึ้น และเมื่อคุณยิ้ม คนอื่นก็จะยิ้มตอบ
ข้อสี่ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสียบ้าง ลองนึกดูว่าอยากรู้อะไรใหม่ๆ แล้วลองหาเวลาอ่านจากอินเตอร์เน็ต
สัก 15 นาที หรือไปร้านหนังสือก็ได้ แต่อย่าลืมว่าต้องเลือก หัวข้อที่ตรงกับความสนใจของ
คุณจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่ “ควรจะ” หรือ “จำเป็น” ต้องเรียนรู้เท่านั้น.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น