จิตใจ มีหน้าที่สำหรับคิดและรู้สึก
ถ้าคิดดี คิดเป็น ก็มีความสุข ถ้าคิดไม่ดี คิดไม่เป็นก็จะเติมความทุกข์ให้ชีวิตทุกๆวัน
ผมมีผู้ทุกข์ที่มาปรึกษา อายุ 50 ปี เป็นชาย ฐานะการเงินดี มีงานทำ เป็นผู้บริหาร แต่ไม่มีคู่ครอง อยากมี
เหลือเกินแต่หาไม่ได้ทุกๆวันคิดแต่เรื่องอยากมีคู่ครอง ทำให้ทุกข์มากขึ้นจนรู้สึกเป็นปมด้อยเลยยิ่งโหม
งานหนักและอารมณ์เสียบ่อยมากขึ้น เขาพยายามแล้วทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่พบคนถูกใจ ผมได้แนะนำวิธีให้
ลดมาตรฐานลง และใช้อธิษฐานดูบ้างตามที่เขียนไว้ในหนังสือ “คู่ครองพันธุ์แท้” ยังไม่ทราบว่าได้ผล
อย่างไร แต่ที่ผ่านมาเขาทุกข์มากจนไม่อยากทำงาน เพราะมัวหมกมุ่นกับความคิดที่ว่าหาคู่ครองไม่ได้สัก
ที และคิดซ้ำๆอยู่เสมอ
เหลือเกินแต่หาไม่ได้ทุกๆวันคิดแต่เรื่องอยากมีคู่ครอง ทำให้ทุกข์มากขึ้นจนรู้สึกเป็นปมด้อยเลยยิ่งโหม
งานหนักและอารมณ์เสียบ่อยมากขึ้น เขาพยายามแล้วทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่พบคนถูกใจ ผมได้แนะนำวิธีให้
ลดมาตรฐานลง และใช้อธิษฐานดูบ้างตามที่เขียนไว้ในหนังสือ “คู่ครองพันธุ์แท้” ยังไม่ทราบว่าได้ผล
อย่างไร แต่ที่ผ่านมาเขาทุกข์มากจนไม่อยากทำงาน เพราะมัวหมกมุ่นกับความคิดที่ว่าหาคู่ครองไม่ได้สัก
ที และคิดซ้ำๆอยู่เสมอ
ผู้ทุกข์อีกคนหนึ่งเป็นชาย อายุเกือบ 60 ปี เป็นนักบริหารมีการงานและการเงินดี เขาทุกข์จากาการที่มี
ลักษณะกามตายด้าน(Impotence) คือไม่มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เขาพยายามศึกษาและหาวิธีช่วย
เหลือตัวเอง ได้ข่าวว่ายาชนิดไหนดีก็ไปซื้อมากิน แพงก็ยอม แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงสักอย่างเขาครุ่นคิดแต่
เรื่องนี้จนหมดความสุข ร่ำๆ จะไปผ่าตัดเสริมความแข็งแรงของอวัยวะเพศ แต่ผมห้ามไว้ เพราะรู้ว่าจะไม่
เกิดประโยชน์ ยาที่ใครๆ ว่าได้ผลทุกอย่างก็ไม่เกิดผลดีกับเขา
ลักษณะกามตายด้าน(Impotence) คือไม่มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เขาพยายามศึกษาและหาวิธีช่วย
เหลือตัวเอง ได้ข่าวว่ายาชนิดไหนดีก็ไปซื้อมากิน แพงก็ยอม แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงสักอย่างเขาครุ่นคิดแต่
เรื่องนี้จนหมดความสุข ร่ำๆ จะไปผ่าตัดเสริมความแข็งแรงของอวัยวะเพศ แต่ผมห้ามไว้ เพราะรู้ว่าจะไม่
เกิดประโยชน์ ยาที่ใครๆ ว่าได้ผลทุกอย่างก็ไม่เกิดผลดีกับเขา
การจะแก้ไขความคิดซ้ำๆ ถึงสิ่งที่ไม่มีนี้ ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะเป็นบุคลิกภาพของแต่ละคน บางคนจะหา
ทางออกได้ง่าย บางคนยาก..มาก
ลองๆฟังนิทานเรื่องนี้ดูบ้างซิ เผื่อบางคนจะหาทางออกได้จากนิทานเรื่องนี้บ้าง....
มีเศรษฐีคนหนึ่ง เป็นคนหัวล้าน เขามักจะโกรธหรือใจน้อยถ้ามีใครมาพูดอะไรเกี่ยวกับคำว่า หัวล้าน มัก
ระแวงว่าเขาจะว่ากระทบทั้งๆที่คนเหล่านั้นไม่ตั้งใจ เศรษฐีคนนี้จึงมีลักษณะหัวล้านใจน้อย และมีความ
ทุกข์มาก แม้ว่าจะมีสิ่งอื่นๆ รวมทั้งเงินทองมากมายก็ช่วยไม่ได้
วันหนึ่งมีเพื่อนมาเยี่ยม เขาซื้อแตงโมมาฝาก เศรษฐีคิดว่าเขาแกล้งซื้อเอามาล้อเลียน จึงโกรธเพื่อนมาก
เดินลงจากบ้านไป ขณะที่เขาเดินผ่านคนตาบอดคนหนึ่ง เขาได้ยินแต่เสียงคนตาบอดหัวเราะ
ใจก็ระแวงว่าคนตาบอดคงจะหัวเราะเยาะเขา จึงถามด้วยเสียงโกรธว่า หัวเราะทำไม อยากมีเรื่องหรอ ?
เดินลงจากบ้านไป ขณะที่เขาเดินผ่านคนตาบอดคนหนึ่ง เขาได้ยินแต่เสียงคนตาบอดหัวเราะ
ใจก็ระแวงว่าคนตาบอดคงจะหัวเราะเยาะเขา จึงถามด้วยเสียงโกรธว่า หัวเราะทำไม อยากมีเรื่องหรอ ?
ชายคนตาบอดตอบว่า เขาตาบอด เขามองอะไรในโลกของความจริงไม่เห็นเลย เขามีความทุกข์มากอยู่
แล้วจากการตาบอด เขาจึงใช้จินตนาการนึกถึงภาพที่มีความสุข สนุกอยู่เสมอๆ ยามได้ยินเสียงอะไรมา
กระทบหู ซึ่งจะทำให้เขามีความสุขเพิ่มขึ้นได้ และเขาจะไม่คิดถึงความเป็นคนตาบอดของเขาเลย
แล้วจากการตาบอด เขาจึงใช้จินตนาการนึกถึงภาพที่มีความสุข สนุกอยู่เสมอๆ ยามได้ยินเสียงอะไรมา
กระทบหู ซึ่งจะทำให้เขามีความสุขเพิ่มขึ้นได้ และเขาจะไม่คิดถึงความเป็นคนตาบอดของเขาเลย
เขาบอกว่าเกิดเป็นคนตาบอดก็ทุกข์อยู่แล้วยังจะให้คิดถึงความทุกข์จากการเป็นคนตาบอดซ้ำๆ
อยู่อีกหรือ?
อยู่อีกหรือ?
เศรษฐีได้ฟังแค่นั้นก็เกิดความคิด นึกได้ว่าแม้ตัวเขาเองจะหัวล้าน แต่ก็จะหาความสุขได้โดยไม่ต้อง
คิดถึงการมีหัวล้านตลอดเวลา และควรคิดถึงสิ่งอื่นเสียบ้าง
เศรษฐีดีใจมาก จึงผูกมิตรกับคนตาบอดที่ให้สติ ให้ความคิดจึงชวนคนตาบอดไปทำบุญถวายอาหาร
พระที่วัดเมื่อไปถึงวัด เศรษฐีก็กราบพระที่นั่งอยู่ข้างหน้า และบอกให้คนตาบอดกราบพระด้วย
พระที่วัดเมื่อไปถึงวัด เศรษฐีก็กราบพระที่นั่งอยู่ข้างหน้า และบอกให้คนตาบอดกราบพระด้วย
คนตาบอดก้มกราบพระ แต่กราบผิดทิศเพราะมองไม่เห็นจึงกราบไปอีกทางหนึ่งที่มีหมาขี้เรื้อน
นอนอยู่ เศรษฐีจึงบอกว่า เขากราบผิดทิศ กลายเป็นกราบหมาไป จะให้เขากราบใหม่
นอนอยู่ เศรษฐีจึงบอกว่า เขากราบผิดทิศ กลายเป็นกราบหมาไป จะให้เขากราบใหม่
คนตาบอดบอกว่า เขากราบไม่ผิดหรอก เพราะเขากราบทุกครั้งก็ทิศทางพระ ถึงพระทุกที เพราะใจเขา
คิดถึงพระทุกครั้งที่กราบใจของเขาจะจดจ่ออยู่ที่พระอยู่แล้ว
เศรษฐีจึงเข้าใจเรื่องของจิตใจและความคิดได้ดีขึ้น
ฟังนิทานเรื่องนี้แล้ว ได้คิดอะไรบ้างไหม?
คนที่จะมีความทุกข์ ความสุขนั้น อยู่ที่ใจของเรารู้จักคิดอย่างไร
ถ้าใจคิดดี คิดเป็น ก็จะเกิดความสุข ถ้าคิดไม่ดี คิดไม่เป็นก็จะมีความทุกข์
วิถีของความคิดนั้น เป็นไปตามประสบการณ์และบุคลิกของแต่ละคน
ไม่ได้ขึ้นกับความจริงหรือข้อมูลที่มองไม่เห็นๆอยู่หรอก
คนที่แลดูว่ายากจน มีความขัดสนมากมาย แต่อาจจะมีความสุขมากกว่าเศรษฐีมีเงินหลายพันล้านก็ได้
การคิดถึงสิ่งที่ไม่มีและไม่สามารถมีได้ในขณะนั้นซ้ำๆ อยู่จะเป็นการสร้างภาพของความขาดให้ชัดขึ้น
ใหญ่โตขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็ก จึงทำให้เป็นทุกข์ได้มาก เหมือนชายที่ไม่มีคู่ครอง หรือชายที่เป็นกามตาย
ด้าน หรือเศรษฐีหัวล้านในตอนแรกของนิทานเรื่องนี้ที่คิดซ้ำๆ จนมีความทุกข์มาก
ใหญ่โตขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็ก จึงทำให้เป็นทุกข์ได้มาก เหมือนชายที่ไม่มีคู่ครอง หรือชายที่เป็นกามตาย
ด้าน หรือเศรษฐีหัวล้านในตอนแรกของนิทานเรื่องนี้ที่คิดซ้ำๆ จนมีความทุกข์มาก
ถ้าเรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็ไม่ต้องคิดซ้ำๆ ในเรื่องที่เราไม่มีหรือขาดอยู่หรอก
เป็นแต่เพียงยอมรับว่า เรายังไม่มีในสิ่งที่อยากมีบางอย่าง...ก็แค่นั้นเอง และทุกคนก็มีความอยากมีในสิ่งที่
ไม่มีกันทั้งนั้น ทุกคนมีความขาด อยากได้ในสิ่งที่ยังไม่ได้ทั้งนั้น
แต่ถ้าไปคิดซ้ำๆ หรือไม่มีความคาดหวัง (Expectation) ว่าจะต้องมีให้ได้ ถ้าไม่ได้ฉันไม่ยอมหรือทนไม่ได้ ก็
จะทุกข์มาก เพราะจะยอมรับไม่ได้ถ้าไม่มีสิ่งนั้น ทำให้สิ่งอื่นๆ ที่มีอยู่ในชีวิตหมดค่า หมดความหมายไป
จะทุกข์มาก เพราะจะยอมรับไม่ได้ถ้าไม่มีสิ่งนั้น ทำให้สิ่งอื่นๆ ที่มีอยู่ในชีวิตหมดค่า หมดความหมายไป
ถ้าเพียงตาตั้งความหวังดีๆ (Good Hope) ว่าเราจะมีความพยายามทำให้เต็มที่ ได้ผลแค่ไหนก็แค่นั้น ถ้าไม่
ได้ก็ไม่เป็นไร เราเก่งมาก ดีมากแล้ว ที่ได้พยายามแล้ว ก็จะทุกข์น้อยลง
หรือจะเลิกคิดถึงสิ่งที่ไม่มีที่ได้พยายามจะมี แต่มันไม่มีเหมือนชายตาบอดในนิทาน และคิดถึงสิ่งที่ดีๆ ที่มี
อยู่แล้วในตัวเองก็จะหมดความทุกข์ไป หมดปมด้อยด้วย
อยู่แล้วในตัวเองก็จะหมดความทุกข์ไป หมดปมด้อยด้วย
ขอให้ดูแลรักษาจิตใจให้ดีนะครับ อย่าปล่อยให้จิตป่วยหรือคิดผิดทาง หรือคิดซ้ำๆ ในสิ่งที่ไม่ควรคิด จน
จิตเสียพลัง จะทำให้เสียความสุขในชีวิต ทั้งๆ ที่ท่านสามารถมีความสุขและเป็นประโยชน์แก่สังคมได้อีก
มากมาย
จิตเสียพลัง จะทำให้เสียความสุขในชีวิต ทั้งๆ ที่ท่านสามารถมีความสุขและเป็นประโยชน์แก่สังคมได้อีก
มากมาย
ที่มา ...หนังสือ วิธีคิดให้ชีวิตเป็นสุข
โดย...ศ.ดร.นายแพทย์ วิทยา นาควัชระ: จิตแพทย์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น