ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรียนภาษาใหม่ๆ ป้องกันสมองแก่


อยากมีสมองที่เฉียบคมอยู่เสมอ? ลองเรียนภาษาที่ 2, 3, 4 และ 5 ดู

ผลการวิจัยที่เพิ่งจะตีพิมพ์ออกมาใหม่ระบุว่าการเรียนภาษาที่สอง หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น ก็คือภาษาที่ 3, 4,

5 ไปเรื่อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้สมองของเรามีปัญหาเรื่องการรู้จำเมื่ออายุมากขึ้น และยิ่งเราพูดได้หลาย

ภาษาเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการกระตุ้นความคิดได้ดีขึ้นเท่านั้น

"การเริ่มหัดเรียนภาษาต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นช่วงใดของชีวิต สามารถช่วยพัฒนาการทำงาน

ของสมองได้"

นอกจากนี้ผลการวิจัยนี้ก็ยังบอกอีกว่า คนที่สามารถพูดได้มากกว่าสองภาษาภายในช่วงอายุขัยนั้น จะมี

ความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะประสบปัญหาทางด้านความจำ โดยการวิจัยสำรวจผู้ชายและผู้หญิงจำนวน 230

คน ที่มีอายุเฉลี่ย 73 ปี ที่ในอดีตหรือปัจจุบันสามารถพูดได้ 2-7 ภาษา และพบว่าคนที่พูดได้ 4 ภาษาขึ้น

ไป จะมีความเสี่ยงในการมีปัญหาเรื่องการรู้จำน้อยลงถึงห้าเท่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่พูดได้เพียง 2

ภาษา ส่วนคนที่พูดได้ 3 ภาษาก็จะมีความเสี่ยงน้อยลงสามเท่า เมื่อเปรียบเทียบคนที่พูดได้สองภาษา


Ellen Bialystock นักจิตวิทยาจาก York university ในโตรอนโต พร้อมทีมวิจัยเปิดเผยว่า แม้ว่าในขณะนี้

คุณยังไม่สามารถพูดได้มากกว่าภาษาแม่ของตัวเอง แต่การที่คุณจะเริ่มหัดเรียนภาษาต่างประเทศไม่ว่าจะ

เป็นช่วงใดของชีวิต ก็ยังสามารถช่วยพัฒนาการทำงานของสมอง และช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์

ได้

ผลงานวิจัยจากทีมวิจัยในแคนาดา ที่ได้รับการตีพิมพ์ไว้ใน Neurology เจอร์นัล ระบุว่าความสามารถในการ

พูดได้สองภาษา จะช่วยทำให้กระบวนการก่อตัวของอาการโรคอัลไซเมอร์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นั้นช้าลงไปได้

มากถึงห้าปี

ว่าแต่ยังมีวิธีไหนอีกบ้างที่จะช่วยลับสมองให้แหลมคมอยู่เสมอน่ะหรือ? Tony Buzan ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง

และการสูงอายุบอกว่า สิ่งสำคัญก็คือเราจะต้องไม่หยุดเรียนรู้ตลอดชีวิต รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

มองโลกในแง่บวก และทำตัวเองให้กระตือรือร้นอยู่เสมอ นอกจากนี้ก็ยังสามารถกระตุ้นสมองของตัวเอง

บ่อยๆ ได้ด้วยการเล่นเกม ไขปริศนา ตัวอย่างเช่นการเล่นหมากรุก ไพ่บริดจ์ ครอสเวิร์ดส์ หรือซูโดคุ

เป็นต้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...

ติดเกมเป็นเหตุ

เรื่องราวของหญิงประหลาดราย นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2015 เหตุเริ่มจากตำรวจในหังโจว ประเทศจีน ได้ออกตรวจตราความเรียบร้อย ตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ก็คงเหมือนในบ้านเราแหละ ที่มีการควบคุมอายุเด็กที่ม าใช้บริการ บางคนอายุไม่ถึงก็ใช้บัตรปร ะชาชนปลอม ตรวจไปตรวจมาก็เจอดีเข้าจนไ ด้ สาวรายหนึ่งที่มาใช้บริการป ระจำ บอกกับตำรวจว่าเธอชื่อ "เสี่ยวหยุน" ดูรูปร่างหน้าตาเธอก็น่าจะบ รรลุนิติภาวะแล้วล่ะ แต่ตำรวจพบว่าเธอใช้บัตรปร ะชาชนปลอม อ้าว! ทำไมงั้น มันต้องมีอะไรผิดปกติแล้วล่ ะ ทำไมไม่ใช้บัตรประชาชนตัวเอ ง ว่าแล้วก็ไปโรงพักกันหน่อยส ิ ขอสอบสวนเสียหน่อย พอเอาตัวมาโรงพัก ตำรวจก็ต้องสืบหาตัวตนจริง ๆ ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน พอเช็กลายนิ้วมือของเธอในระ บบ ก็ยิ่งตกใจ เพราะชื่อของเธออยู่ในรายชื ่อเด็กหาย ที่ครอบครัวแจ้งไว้ตั้งแต่ป ี 2005 ซึ่งก็ผ่านมา 10 ปีแล้ว บ้านเดิมของเธออยู่ในเมือง ดองยาง ห่างจากที่นี่ตั้งเป็น 100 ไมล์ จนพ่อแม่คิดว่าตายไปแล้ว ถอนชื่อเธอออกจากทะเบียนบ้า นไปแล้วด้วย เสี่ยวหยุน จำนนต่อหลักฐานก็เลยยอมเล่า ความจริงให้ฟัง ว่าเธอหนีออกจากบ้านมาตอนอา ยุ 14 ตอนนี้เธออายุ 24 ปีแล้ว ตำรวจได้ฟ...