ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้



เช้าวันสุดท้ายในญี่ปุ่น ขณะนั่งรถไปสนามบิน เห็นเด็ก ๆ เดินไปโรงเรียนเป็นกลุ่ม ๆ ตลอดทาง เพื่อนคนไทยซึ่งมีครอบครัวในญี่ปุ่นเล่าว่า  ที่นี่มีกฎกำหนดให้นักเรียนชั้นประถมทุกคนต้องเดินไปโรงเรียนเอง มีกฎห้ามไม่ให้ผู้ปกครองขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน  ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ต้องให้ลูกเดินไปโรงเรียนเอง  (ส่วนใหญ่แล้วโรงเรียนอยู่ไม่ไกลจากบ้าน  เดิน ๒-๓ กม.ก็ถึงแล้ว ทั้งนี้เพราะเขามีกฎให้เด็กประถมเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน  ถ้าไปเรียนที่อื่น ก็ต้องรับผิดชอบเอง)  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่คนญี่ปุ่นเดินเก่งมาก เพราะถูกฝึกให้ขยันเดินตั้งแต่เล็ก

การให้เด็กเดินไปโรงเรียนเองนี้  แก้ปัญหาจราจรติดขัดยามเช้าได้เป็นอย่างดี แต่ที่สำคัญก็คือ เป็นการส่งเสริมให้เด็ก ๆ ในละแวกเดียวกันมีความคุ้นเคยกันและช่วยเหลือกัน  เพราะต้องเดินกันเป็นกลุ่ม ๆ  ถ้ามาถึงหน้าบ้านใครแล้ว เขายังไม่พร้อม ก็ต้องรอ จะทิ้งกันไม่ได้  ขณะเดียวกันก็ฝึกให้เด็กเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะหากตื่นสายอาบน้ำช้า ก็ทำให้เพื่อน ๆ ต้องรอ  ถ้าไม่อยากให้เพื่อนรอ ก็ต้องมารอหน้าบ้านเมื่อถึงเวลา

บางช่วงจะเห็นเด็กโตจูงมือเด็กเล็กอยู่หน้าแถว    เด็กโตเหล่านี้มีหน้าที่ดูแลเด็กเป็นคน ๆ  ทั้งขาไปและขากลับ เป็นการสร้างสัมพันธภาพ ส่งเสริมความมีน้ำใจและความรับผิดชอบตั้งแต่วัยเยาว์

ระหว่างทางจะมีผู้ใหญ่ยืนตามทางแยก โดยเฉพาะตรงทางม้าลาย  เพื่อนบอกว่าผู้ใหญ่เหล่านั้นคือครูที่ทางโรงเรียนส่งมาเพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักเรียน  แต่บางครั้งก็เป็นผู้ปกครองที่แบ่งเวรกันมาดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ    

เพียงแค่การไปโรงเรียน ก็เห็นความร่วมมือและความพร้อมเพรียงของคนทุกฝ่าย ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ ไปจนถึงครู ไม่ต้องสงสัยว่ากิจกรรมเหล่านี้ซึ่งเกิดขึ้นวันแล้ววันเล่าติดต่อกันหลายปี จะมีผลในการกล่อมเกลาจิตใจคนญี่ปุ่นให้นึกถึงส่วนรวมและทำงานเป็นหมู่คณะได้มากเพียงใด

เช้าวันสุดท้ายในญี่ปุ่น ขณะนั่งรถไปสนามบิน เห็นเด็ก ๆ เดินไปโรงเรียนเป็นกลุ่ม ๆ 

ตลอดทาง เพื่อนคนไทยซึ่งมีครอบครัวในญี่ปุ่นเล่าว่า ที่นี่มีกฎกำหนดให้นักเรียน

ชั้นประถมทุกคนต้องเดินไปโรงเรียนเอง มีกฎห้ามไม่ให้ผู้ปกครองขับรถไปส่งลูก

ที่โรงเรียน ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ต้องให้ลูกเดินไปโรงเรียนเอง (ส่วนใหญ่แล้วโรงเรีย

อยู่ไม่ไกลจากบ้าน เดิน ๒-๓ กม.ก็ถึงแล้ว ทั้งนี้เพราะเขามีกฎให้เด็กประถมเรียน

โรงเรียนใกล้บ้าน ถ้าไปเรียนที่อื่น ก็ต้องรับผิดชอบเอง) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ

ที่คนญี่ปุ่นเดินเก่งมาก เพราะถูกฝึกให้ขยันเดินตั้งแต่เล็ก


การให้เด็กเดินไปโรงเรียนเองนี้ แก้ปัญหาจราจรติดขัดยามเช้าได้เป็นอย่างดี แต่

ที่สำคัญก็คือ เป็นการส่งเสริมให้เด็ก ๆ ในละแวกเดียวกันมีความคุ้นเคยกันและ

ช่วยเหลือกัน เพราะต้องเดินกันเป็นกลุ่ม ๆ ถ้ามาถึงหน้าบ้านใครแล้ว เขายังไม่พร้อม

ก็ต้องรอ จะทิ้งกันไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ฝึกให้เด็กเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะหากตื่น

สายอาบน้ำช้า ก็ทำให้เพื่อน ๆ ต้องรอ ถ้าไม่อยากให้เพื่อนรอ ก็ต้องมารอหน้าบ้าน


เมื่อถึงเวลาบางช่วงจะเห็นเด็กโตจูงมือเด็กเล็กอยู่หน้าแถว เด็กโตเหล่านี้มีหน้าที่ดูแล

เด็กเป็นคนๆ ทั้งขาไปและขากลับ เป็นการสร้างสัมพันธภาพ ส่งเสริมความมีน้ำใจ

และความรับผิดชอบตั้งแต่วัยเยาว์


ระหว่างทางจะมีผู้ใหญ่ยืนตามทางแยก โดยเฉพาะตรงทางม้าลาย เพื่อนบอกว่า

ผู้ใหญ่เหล่านั้น คือครูที่ทางโรงเรียนส่งมาเพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักเรียน

แต่บางครั้งก็เป็นผู้ปกครองที่แบ่งเวรกันมาดูแลความปลอดภัยของเด็ก ๆ


เพียงแค่การไปโรงเรียน ก็เห็นความร่วมมือและความพร้อมเพรียงของคนทุกฝ่าย 

ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ ไปจนถึงครู ไม่ต้องสงสัยว่ากิจกรรมเหล่านี้ซึ่งเกิดขึ้นวันแล้ววันเล่า

ติดต่อกันหลายปี จะมีผลในการกล่อมเกลาจิตใจคนญี่ปุ่นให้นึกถึงส่วนรวมและ

ทำงานเป็นหมู่คณะได้มากเพียงใด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

20 อาหารล้างพิษ

20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆครับ 20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆ 1. สาหร่าย : ช่วยดูดซึมคลื่นรังสีที่สะสมในร่างกาย สามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก 2.  หัวหอม : ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดระดับ LDL ตัวการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น รักษาโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ 3. มะนาว : เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น 4. เมล็ดแฟลกซ์ : อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับ LDL นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย 5. กระเจี๊ยบ : น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยขจัดชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ 6. ทับทิม : สามารถรักษาอา...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...