ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อัจฉริยะ...สร้างได้ ′เก่ง และ ดี′

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์  updated: 24 เม.ย 2556 เวลา 18:40:47 น.
“เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” คำกล่าวที่ยังใช้ได้ เหมาะกับทุกยุคสมัย ด้วยพ่อแม่หลายคนใฝ่ฝันและปรารถนาอยากให้ ‘ลูก’ เป็นเด็กดี เก่ง...ฉลาด และมีความเชื่อว่า เด็กจะฉลาดได้นั้นต้องมาจากสายพันธุ์ หรือยีนส์ของพ่อแม่ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงเป็นองค์ประกอบหนึ่ง หากแต่การอบรมเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะพัฒนา ‘สมอง’ หล่อหลอมทั้ง ไอคิว (IQ) และ อีคิว (EQ) สู่ความเป็น ‘อัจฉริยะ’ ของเด็กได้

"คุณหมอเปิ้ล" พญ.วิมลมาศ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกุมารแพทย์และพฤติกรรม-สมองของเด็กทารกและเด็กเล็ก จากสถาบัน Heguru Thailand by Dr.Apple @ Zen เซ็นทรัลเวิลด์ กล่าวว่า เด็กๆ เป็นลูกของสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร จะหล่อหลอมสร้างเด็กให้เติบโตขึ้นมาแบบนั้น  และหมอเชื่อว่าถ้าเราอยากให้สังคมในอนาคตดีขึ้น ต้องเริ่มที่การพัฒนาสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กตั้งแต่ตอนนี้

เพราะชั่วชีวิตของคนเรา สมองเป็นอวัยวะที่มีค่ามาก และมีเพียงชิ้นเดียว ประสบการณ์ในวัยเด็กเล็กมีผลต่อการพัฒนาสมองมากที่สุด ดังนั้นช่วงเวลา 3 ขวบปีแรกของชีวิต จึงเป็นโอกาสทองที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป ควรส่งเสริมการศึกษาแบบสมองด้านขวา ด้วยสมอง 2 ด้านมองผิวเผินไม่ได้มีความแตกต่างกัน แต่แท้จริงแล้วทำงานแตกต่างกันมาก สมองด้านขวาทำงานด้านอารมณ์ สร้างสรรค์ รับข้อมูลและประมวลผลเป็นภาพ โดยสามารถจัดการกับข้อมูลได้ครั้งละมากและแม่นยำ ในขณะที่สมองด้านซ้ายทำงานด้านภาษา ตรรกะและเหตุผล มีการประมวลข้อมูลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องอาศัยการเรียนซ้ำๆ หลาย ๆ ครั้งจึงจำได้ ซึ่งคุณหมอได้ให้คำแนะนำในการเลี้ยงลูกสู่ความเป็นอัจฉริยะ ‘เก่งและดี’ โดยมีทักษะ 7 อย่าง ปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

1.การมีสมาธิ อย่าบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ แต่เลือกให้ลูกทำในสิ่งที่เขาสนใจ จะทำให้ลูกมีสมาธิมากขึ้น

2.การสื่อสาร เวลาพูดกับลูกมีเสียงสูง-ต่ำตามสเต็ป หรือเน้นเสียง เสียงสูงขึ้น 2 สเต็ป พร้อมมีท่าทางประกอบทุกครั้ง และอย่าคาดหวังกับลูกในสิ่งที่เกินอายุ

3.การเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น โดยสามารถสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นได้ หัดให้ลูกรู้จักคิดถึงคนอื่น หรือรู้ว่าคนอื่นต้องการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากในการสร้างเด็กให้ดีได้ในยุคนี้

4.รักการเรียนรู้ พ่อแม่ไม่ควรบังคับลูก แต่พยายามชักจูงให้สนใจแล้วเขาจะชอบเรียนรู้ เมื่อเขาได้เรียนรู้จะทำให้ได้ประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ของการจดจำ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

5.กล้าท้าทาย เด็กเล็ก ๆ จะกลัวแพ้ ฉะนั้นต้องชื่นชมในความพยายามของเขา เช่น เก่งมากลูก ดีมากค่ะ

6.การคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ ควรถามด้วยคำถามปลายเปิด เช่น เมื่อเด็กได้ดู-เห็นอะไร ถามเขาว่า ภาพนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

7.การเชือมโยงสิ่งต่าง ๆ โดยเด็กจะนำสิ่งที่รู้ไปใช้ เช่น ถอดชิ้นส่วนประกอบของเล่น แล้วสามารถประกอบได้เหมือนเดิม หรือการฝึกเล่นเกมจับคู่ แยกสี เกมหาความเหมือน ความต่าง เป็นต้น

ดังนั้น การจะสร้างสังคมที่ดีในวันหน้าเพื่อลูกหลาน ต้องเริ่มจากการสร้างเด็กที่มีคุณภาพในวันนี้ ที่พร้อมจะเติบโตไปเป้นคนเก่ง และคนดี ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ขาดไม่ได้ในองค์ประกอบของการสร้างเด็กที่มีคุณภาพ คือความรักความผูกพันของคุณพ่อคุณแม่และบุคคลรอบข้างของเด็ก ๆ นั่นเอง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

20 อาหารล้างพิษ

20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆครับ 20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆ 1. สาหร่าย : ช่วยดูดซึมคลื่นรังสีที่สะสมในร่างกาย สามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก 2.  หัวหอม : ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดระดับ LDL ตัวการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น รักษาโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ 3. มะนาว : เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น 4. เมล็ดแฟลกซ์ : อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับ LDL นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย 5. กระเจี๊ยบ : น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยขจัดชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ 6. ทับทิม : สามารถรักษาอา...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...