ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วสินธ์ ศิริรัตน์ ยึดหลักเป็น"ผู้ให้"และ"ผู้รับ" ผงาดโลกธุรกิจไฮเอนด์

วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:09:31 น.


คอลัมน์ เฉลียงไอเดีย มติชน 



โดย เรวดี พงศ์ไชยยง





หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหลักการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวที่ว่า

"จะทำอะไร ควรเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยและถนัด"



แต่หลักการนี้ใช้ไม่ได้กับผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอย่าง วสินธ์ ศิริรัตน์ กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ดีเอ็นเอ คลินิกเวชกรรม จำกัด วัย 37 ปี ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2552

วสินธ์ หรือ คุณอาร์ ไม่ได้เติบโตมากับธุรกิจความสวยความงาม ไม่ได้สนใจธุรกิจประเภทนี้

มาก่อน แต่จังหวะและโอกาสทำให้เขาก้าวเข้ามาสู่การเป็นผู้บริหารธุรกิจที่ถือว่า

ประสบความสำเร็จอย่างเต็มตัว


วสินธ์เติบโตมากับธุรกิจประกันชีวิต ที่ก้าวเดินตามคุณแม่ ซึ่งเป็นผู้บริหารที่คลุกคลีอยู่กับ

ประกันมาค่อนชีวิต เมื่อเขาเรียนจบจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

และคว้าปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเฮิร์ตฟอร์ด (Hertford University)

ประเทศอังกฤษ ก็เข้าไปดูแลการบริหารงานขาย ที่บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด

จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารงานขาย จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้บริหารหนุ่มยังแบ่งเวลาดูแลธุรกิจครอบครัว แมรี่ แอนด์ ไอ ออโต้

(Mary and I Auto) นำเข้าและจำหน่ายรถหรูด้วย

"การเริ่มต้นชีวิตทำงานประกัน ประมาณ 1 ปี ผมก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง

และใช้เป็นทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ กระทั่งกลับมาดูแลการบริหารงานขาย

ที่ดูแลพอร์ตลูกค้ากว่า 200 ล้านบาทในเวลารวดเร็ว"


เขาเล่าว่า งานด้านการขาย ที่ต้องพยายามเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่การหาเบอร์ติดต่อ

ด้วยการเปิดสมุดหน้าเหลือง จนถึงการเคาะประตูขายประกัน ทำให้เขาได้เรียนรู้ความต้องการ

ของลูกค้าที่หลากหลาย


กระทั่งถึงจุดพลิกผันของธุรกิจประกัน เมื่อฟินันซ่าเข้าสู่ช่วงสุญญากาศ

ที่เขายังคงดำรงตำแหน่งเดิม แต่ไม่สามารถขยายธุรกิจต่อไปได้ จึงเริ่มหันมามองหาช่องทาง

ผันตัวเองออกจากจุดที่ทำอยู่


วสินธ์เริ่มต่อยอดจากการช่วยงานขายอสังหาริมทรัพย์ของพี่ๆ เพื่อนๆ นักธุรกิจที่คุ้นเคย

ซึ่งมีการศึกษาดูงานต่างประเทศเป็นครั้งคราว


กระทั่งมีโอกาสไปรู้จักธุรกิจ "ร้อยทอง" ที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ

แม้แต่คนไทยจำนวนไม่น้อย ยังเดินทางไปใช้บริการ

จุดประกายการมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจของตัวเองขึ้นมา

เขาหันมาศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องและช่องทางการทำธุรกิจในประเทศไทย

"ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีธุรกิจของตัวเอง ไม่เคยมีธุรกิจในฝัน แต่สิ่งที่ตัดสินใจทำ

ต้องตอบโจทย์ว่า ทำแล้วสามารถเติมเต็มชีวิต สร้างฐานะที่มั่นคงให้กับครอบครัวได้

และต้องทำแล้วตัวเองมีความสุข"

สำหรับประเทศไทยแล้ว ธุรกิจความสวยความงาม เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง

และมีการแข่งขันรุนแรงเช่นกัน การเข้ามายืนอยู่ในตลาดที่มีผู้เล่นมากราย จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

"ดีเอ็นเอ คลินิก" จึงถูกวางตำแหน่งไว้ที่ระดับพรีเมียม เจาะกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์

เพื่อสร้างจุดต่างและพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีที่สุด โดยเชื่อมั่นว่า "ของดีต้องขายตัวเองได้"

โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ยินดีจ่ายความพอใจด้านความงาม ถ้าดีจริง

"เราทำธุรกิจแข่งกับตัวเอง เอาชนะความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ

เราไม่ได้เคลมว่าเราเป็นคนดีที่สุด แต่ต้องใช้แก่นของความดีทำธุรกิจ คือ

ความซื่อสัตย์ และความจริงใจต่อธุรกิจและลูกค้า"

ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่สูง การโจมตีคู่แข่งด้วยวิธีการต่างๆ จึงต้องใช้กลยุทธ์

การยกระดับคุณภาพบริการให้มากที่สุด

ช่วงแรกที่เจอแรงปะทะจากคู่แข่ง และถูกสกัดดาวรุ่ง ผู้บริหารหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ

ยอมรับว่าเจ็บปวดและคิดจะเอาคืน แต่คิดได้ว่า ไม่ก่อให้เกิดผลดีกับใคร

และหันกลับมามองเป็นความท้าทาย ที่สนุกกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม

และสร้างความพอใจให้กับลูกค้า

กว่าจะถึงวันนี้ ดีเอ็นเอ ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนในช่วงแรกเช่นกัน

และต้องใช้ความอดทนในการสร้างการยอมรับจากลูกค้า กระทั่งเกิดกระแสการ "บอกต่อ"

ความสำเร็จในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้วัดด้วยรายได้ที่เติบโตเท่าตัวทุกปีเท่านั้น

แต่คนไทยเริ่มรู้จักการร้อยไหมทองและเกิดกระแสการยอมรับในกลุ่มคน

ที่ใส่ใจดูแลภาพลักษณ์ที่ดี วสินธ์ ยกเครดิตให้กับทีมงาน ที่ทำให้เขายอมรับว่า 

หากขาดทีมงานปัจจุบัน ดีเอ็นเอคงขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้

"นอกจากจังหวะและโอกาสทางธุรกิจแล้ว ผมยังโชคดีที่มีทีมงานเข้มแข็ง

ที่ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาได้ด้วยดี

ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ที่บุคลากร คือพลังขับเคลื่อนองค์กรที่สำคัญ

เมื่อทุกคนมีหัวใจเดียวกัน องค์กรก็จะเดินหน้าต่อไป"

เมื่อถึงวันที่ธุรกิจตั้งหลักได้ วสินธ์ ไม่ได้หยุดแค่นั้น แต่ยังหันไปทำธุรกิจที่สามารถ

เก็บเกี่ยวดอกผล อย่างธุรกิจส่งออกลำไย ที่มีโรงงานแปรรูปอยู่ที่ จ.เชียงราย

เน้นการส่งออกไปประเทศจีน 100% ซึ่งจะจัดสรรเวลาไปดูแลกิจการนี้เพียงปีละ 2 เดือน

คือ เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ที่เป็นช่วงผลผลิตลำไยออกผล

วสินธ์ทุ่มเทให้กับงานแต่ละประเภทอย่างเต็มที่ และปรับตัวให้เข้ากับธุรกิจ

แม้ธุรกิจดีเอ็นเอจะคลุกคลีกับกลุ่มลูกค้าระดับบน ที่ต้องเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี

ภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจความสวยความงาม

แต่ในการบริหารโรงงานแปรรูปลำไย เขาลงไปคลุกคลีกับกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน

รวมถึงการตั้งโต๊ะรับซื้อลำไยจากเกษตรกรด้วยตัวเอง

หลังเวลางาน ก็เล่นกีฬากับคนงานอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะฟุตบอล มวยไทย

และบาสเกตบอล ที่เขารักและทำให้เขาเสพติดการออกกำลังกาย

"การทำงานสองแบบที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ปัญหา

แต่กลับทำให้ผมได้ผ่อนคลายเวลาใช้ชีวิตที่เชียงราย แม้จะต้องอยู่ที่เชียงรายตลอดสองเดือน

แต่ผมสามารถบริหารจัดการธุรกิจดีเอ็นเอผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ได้ ถ้ามีเรื่องฉุกเฉิน

ก็จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที

"โดยทีมงานที่ดี ทำให้ผมมั่นใจและเชื่อใจได้ว่าทุกคนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผมนั่งดูภาพรวมได้อย่างสบายใจ"

สำหรับหลักการบริหารงานนั้น วสินธ์ไม่ได้มองว่าเป็นเจ้านายกับลูกน้อง

แต่จะสร้างบรรยากาศการทำงานแบบพี่ๆ น้องๆ และผู้ร่วมงาน "ต้องเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้"

เขาฝากไว้เป็นแง่คิดสำหรับการทำธุรกิจว่า การก้าวไปสู่ธุรกิจพันล้านมีหลายวิธี

แต่ไม่ใช่ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ

"สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่าตัวเองต้องการเดินไปทางไหนมากกว่า"

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...

ติดเกมเป็นเหตุ

เรื่องราวของหญิงประหลาดราย นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2015 เหตุเริ่มจากตำรวจในหังโจว ประเทศจีน ได้ออกตรวจตราความเรียบร้อย ตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ก็คงเหมือนในบ้านเราแหละ ที่มีการควบคุมอายุเด็กที่ม าใช้บริการ บางคนอายุไม่ถึงก็ใช้บัตรปร ะชาชนปลอม ตรวจไปตรวจมาก็เจอดีเข้าจนไ ด้ สาวรายหนึ่งที่มาใช้บริการป ระจำ บอกกับตำรวจว่าเธอชื่อ "เสี่ยวหยุน" ดูรูปร่างหน้าตาเธอก็น่าจะบ รรลุนิติภาวะแล้วล่ะ แต่ตำรวจพบว่าเธอใช้บัตรปร ะชาชนปลอม อ้าว! ทำไมงั้น มันต้องมีอะไรผิดปกติแล้วล่ ะ ทำไมไม่ใช้บัตรประชาชนตัวเอ ง ว่าแล้วก็ไปโรงพักกันหน่อยส ิ ขอสอบสวนเสียหน่อย พอเอาตัวมาโรงพัก ตำรวจก็ต้องสืบหาตัวตนจริง ๆ ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน พอเช็กลายนิ้วมือของเธอในระ บบ ก็ยิ่งตกใจ เพราะชื่อของเธออยู่ในรายชื ่อเด็กหาย ที่ครอบครัวแจ้งไว้ตั้งแต่ป ี 2005 ซึ่งก็ผ่านมา 10 ปีแล้ว บ้านเดิมของเธออยู่ในเมือง ดองยาง ห่างจากที่นี่ตั้งเป็น 100 ไมล์ จนพ่อแม่คิดว่าตายไปแล้ว ถอนชื่อเธอออกจากทะเบียนบ้า นไปแล้วด้วย เสี่ยวหยุน จำนนต่อหลักฐานก็เลยยอมเล่า ความจริงให้ฟัง ว่าเธอหนีออกจากบ้านมาตอนอา ยุ 14 ตอนนี้เธออายุ 24 ปีแล้ว ตำรวจได้ฟ...