ไม่บ่อยครั้งนักที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจะมีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย)
จำกัด พร้อมกันถึง 5 ท่าน ยิ่งทั้ง 5 ท่าน
เป็นผู้บริหารหญิงเสียงข้างมากจากคณะผู้บริหารทั้งหมด 9 ท่านโดยมีผู้บริหารชายเพียง 4 ท่าน
ที่สำคัญ ผู้บริหารหญิงทั้ง 5 ท่านยังดูแลกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทด้วย นับว่าหาโอกาสยากยิ่ง
ยากทั้งในเรื่องจัดสรรเวลาให้ลงตัวพร้อมกัน และยากที่จะให้สัมภาษณ์ถึงมุมมอง วิสัยทัศน์ ทั้งต่อเรื่องการ
บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม การบริหารคน การให้โอกาสพนักงาน รวมถึงเรื่องความฝันและความหวัง
ต่อเรื่องการสร้างคนที่จะมาแทนที่เธอในอนาคต
แต่ผู้บริหารหญิงทุกท่านพร้อมใจกันตอบคำถาม พร้อมใจกันแสดงความคิดเห็น ที่ต่างเต็มไปด้วยเนื้อหา
อรรถรส และเสียงหัวเราะ จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าผู้บริหารหญิงเหล่านี้ช่างมีมุมมองในเชิงบวก
มุมมองของความเข้าใจในเพื่อนวิชาชีพเดียวกัน
ที่สำคัญ ยังเป็นมุมมองของการสร้างสรรค์ ที่ไม่ได้มองเฉพาะตัวเองแต่เพียงถ่ายเดียว หากมองไปถึง
องค์กร คู่ค้าทางธุรกิจ พนักงาน และการดูแลสังคม
อันเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของบริษัทแม่ที่ประเทศฝรั่งเศส
ฉะนั้น ต่อมุมมองหลากหลายเหล่านี้ ลองไปฟังคำตอบของพวกเธอดูว่ามีมุมมองอะไรน่าสนใจที่สามารถนำ
ไปปรับใช้ได้บ้าง เริ่มจากคนซ้ายมือ (จากรูป)
"สมหทัย กิตตานันทวงษ์" ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ
"ผุสดี สุจิตจร" ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง
"มนัสฤดี สุวรรณรัตน์" ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
"สดับพิณ คำนวณทิพย์" ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ และ
"ยอน อา ชอย" ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง ชาวเกาหลีใต้หนึ่งเดียวของ
ทีมผู้บริหารหญิง
ลองไปฟังดู !
- ไม่ทราบว่านโยบายของลอรีอัล วางแนวทางการเติบโตของผู้บริหารอย่างไรบ้าง
มนัสฤดี - นโยบายการพัฒนาคนเพื่อให้พนักงานก้าวขึ้นสู่ผู้บริหารนั้น
จริง ๆ เราไม่ได้ระบุหรอกว่าอายุเท่าไหร่ ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย เพราะทุกคนมีโอกาส
เท่า ๆ กัน เพราะนโยบายของบริษัทเน้นเรื่องความหลากหลาย คือเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีศักยภาพ แต่
เราพยายามบาลานซ์ในจำนวนเท่า ๆ กัน ถ้าถามว่า
ผู้หญิงเยอะกว่าไหม เยอะกว่า เพราะ type ของธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงาม
สดับพิณ - จริง ๆ แล้วองค์กรของลอรีอัลให้โอกาสพนักงานออกแบบ career path ด้วยตัวเอง คือเราจะมี
ช่วงของการคุยกันระหว่างพนักงานกับผู้บริหารปีละ 2 ครั้ง ระหว่างคุยกัน พนักงานสามารถบอกเราได้ว่า
เขามีความปรารถนาที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งต่อไปอย่างไร และเรามีโอกาสที่จะวาง career path ของเขาว่า
จะมูฟไปแผนกไหน หรืออยากเติบโตในประเทศไทย ภูมิภาค ถ้าเขามีความสามารถ เราจะมอบโอกาส
ให้เขา
- ความท้าทายในการทำงาน
ยอน อา ชอย - ดิฉันมี soft skill ในเรื่องการปรับตัว อีกอย่างคือจังหวะการทำงาน ตอนอยู่ที่เกาหลีใต้
จะไม่ค่อยได้ตั้งสติเท่าไหร่ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว ไม่ค่อยได้วางแผนระยะยาว แต่มาอยู่ที่นี่มีโอกาสนั่ง
วางแผนระยะยาวได้ อีกอย่างตอนมาอยู่ประเทศไทยใหม่ ๆ สังคมวัยรุ่นกำลังคลั่งไคล้เกาหลีมาก (หัวเราะ)
ผุสดี - ตัวเองคิดว่าชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลง และการคิดว่าเราต้องออกจากสิ่งที่คุ้นเคย หรือ comfort
zone คือการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
ดังนั้น ความท้าทายคือ ต้องสร้างความยอมรับของทีมงานในองค์กร เพราะคนในทีมเขามีประสบการณ์
มากกว่าเรา เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น ที่สำคัญต้องเปิดโอกาสหรือสร้างจุดแข็งที่จะเพิ่มเข้าไปในทีม และ
1 ปีผ่านมา ผลประกอบการและ performance เป็นไปในทางที่ดี
สมหทัย - เราจะมองปรัชญา 3 H ตลอด H แรกคือ Heart -ใจ ทำอะไรต้องทำด้วยใจรัก และทุกอย่างจะ
ตามมาทั้งหมด สิ่งที่สองคือ Hundred% ต้องเต็มร้อย และท้ายที่สุดเราจะ happiness และความสุขจะ
ตามมา
สดับพิณ - ดิฉันอยากช่วยผลักดันให้พนักงาน พันธมิตร และผู้บริโภครู้จักเรามากขึ้น นับถือเรามากขึ้น
และรักเรามากขึ้น หลายคนอาจรู้ว่าลอรีอัลเป็นบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก อันดับสองของ
ประเทศไทย (ไม่นับตลาดความงามแบบขายตรง) แต่จริง ๆ เรามีอะไรมากกว่านั้นเยอะ เราเป็นบริษัทที่มี
นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ก่อตั้ง มีศูนย์วิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เราทำทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐานทางจรรยาบรรณที่เคร่งครัด
เรามีโครงการเพื่อสังคมที่เราทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง บทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการ
สร้างสรรค์เพื่อผลิตภัณฑ์ความงามเท่านั้น แต่เราต้องการช่วยสร้างสังคมที่สวยงามและเข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน ดิฉันก็มีปรัชญาในการทำงาน 2 อย่างคือ หนึ่ง ตั้งเป้าหมายให้สูงที่สุด และเตรียมตนเองให้
พร้อมเสมอ แม้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด สอง คุณค่าของเวลาไม่ได้วัดด้วยจำนวนปี แต่วัดด้วย
ความหมายของสิ่งที่เราทำ และความสุขที่เราได้มอบให้กับผู้อื่น
- คุณมนัสฤดีมองเห็นความท้าทายอะไรจากที่นี่
มนัสฤดี - มองเห็นแบรนด์ก่อน และนายเอาสมุดที่เกี่ยวกับลอรีอัลมาให้ดู และบอกว่ายูรู้ไหมเรามีทั้งหมด
19 แบรนด์ เราดูก็รู้ว่าสินค้าเหล่านี้เราใช้อยู่ประจำ ก็เลยคุยกับนายว่าเราน่าจะ add value ให้กับ
องค์กรได้
- แล้วเรื่องการสร้างทีมเป็นอย่างไร
มนัสฤดี - เคพีไอของดิฉันมีอยู่อย่างหนึ่งคือจะต้อง cross functional ให้คนเติบโตอย่างน้อย 15% ต่อปี
หรือทำเรื่องโอนย้ายพนักงาน 500 กว่าคน ให้ได้ประมาณ 60 คน ที่จะต้องโอนย้ายแผนกเพื่อการเติบโต
ทั้งในองค์กรและต่างประเทศ หรือไป head office เพราะทุก ๆ ปีเขาอยากได้คนไทย คนไทยมีคุณภาพ
ถามว่าตอนนี้พอใจหรือยัง ก็ยังไม่พอใจ แต่เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่อยากไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น เขาอยาก
หาประสบการณ์ ดังนั้น หน้าที่ของดิฉันคือต้องสร้างคนเหล่านี้ให้มีจำนวนมากขึ้น
- แล้วเรื่องการรีครูตเพื่อให้สอดรับกับแต่ละธุรกิจล่ะ
มนัสฤดี - ยกตัวอย่างมาร์เก็ตติ้งที่จะต้องดูแลคนทางด้านแฮร์ เขาจะไม่เหมือนกับแผนกอื่น เขาต้องมี
ความรู้เรื่องแฮร์ และจะต้องดิวกับซาลอน ส่วนคุณยอน อา ชอย เขาต้องดิวกับดีพาร์ตเมนต์สโตร์ และ
เคาน์เตอร์แมเนจเมนต์ เขาจะมี skill set ต่างกันหรือถ้าจะรีครูตคนให้กลุ่มคุณผุสดี เขาจะต้องดิวกับหมอ,
โรงพยาบาล, ร้านขายยา เขาก็จะมี skill set แบบหนึ่ง ลักษณะของการทำมาร์เก็ตติ้งจะแตกต่างกัน
เพราะลักษณะของธุรกิจไม่เหมือนกัน แต่จะต้องมีความเป็นลอรีอัลเหมือนกัน
สมหทัย - แผนกซาลอนท้าทายมากในการหาคน เราเป็น business to business เพราะเราต้องพูดกับ
ช่างผม ดังนั้นเวลาสัมภาษณ์จึงมองอยู่ 2 แคแร็กเตอร์ หนึ่งเขาต้องมีความเป็น entrepreneur เพราะว่า
เขาต้องทำธุรกิจซาลอนให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าธุรกิจซาลอนประสบความสำเร็จ เราอยู่ได้ เพราะ
เราเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้กับร้านซาลอน และร้านจะไป
ปั้นแต่งความงามให้กับลูกค้าต่อ
อย่างที่สองคือ ความเป็นครีเอทีฟ คือเขาจะต้องไปสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการเติมสีสันทรงผม และ
เขาจะต้อง think out of the box ตรงนี้เป็นจุดท้าทาย เพราะเราไม่มีบุคลากรสำเร็จรูปที่พร้อมใช้ เราจึง
ต้องมากรูมก่อน เพื่อให้เขาสำเร็จรูปและทำให้ได้ตามที่เราต้องการ
- เวลาหาคนเพื่อมาเสริมในแต่ละ business unit ยากไหม
มนัสฤดี - มีทั้งความง่ายและยาก แต่โชคดีที่แบรนด์ลอรีอัลมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เขาอยากทำงานใน 4
division แต่การที่จะอยู่ division ไหน core competency คืออะไร งานที่ทำคือทำอะไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เพราะการทำงานในแต่ละ division แตกต่างกัน ถามว่าท้าทายไหม ท้าทายมาก เราพยายามหาคนที่เหมาะ
กับองค์กรมากที่สุด
ผุสดี - ทุก division มีความท้าทายตลอด เพราะความงามไม่อยู่ถาวร แต่คนอยากให้อยู่ถาวร
เราจึงต้องทำธุรกิจให้ตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคมากที่สุด
ที่นี่ผู้บริหารพยายามถามคำถาม เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมากที่สุด เพื่อจะได้นำข้อคิด
เห็นไปพัฒนาต่อ ทั้งยังให้โอกาสแสดงความสามารถเต็มที่ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่บริหารจัดการได้ หรือ
ความเป็นหุ้นส่วนกันแต่ละทีม เหมือนมีพี่เลี้ยงกันทั้ง 4 division ลักษณะการทำงานจึงเป็นทีมเวิร์ก เป็น
คู่คิด จะไม่เป็นผู้ประกอบการที่โดดเดี่ยว และมีการ
แลกเปลี่ยน สนับสนุนซึ่งกันและกัน
- ทีมงานของคุณยอน อา ชอยเป็นอย่างไรบ้าง
ยอน อา ชอย - ที่เกาหลีมีระดับของการแข่งขันมากกว่าที่นี่หน่อยหนึ่ง แต่ทีมคนไทยสปิริตดีมาก
เป็นทีมที่ไม่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อความสำเร็จของตัวเอง แต่เป็นทีมที่เน้นความเข้าใจซึ่งกันและกัน
พร้อมยินดีช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานให้ทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าตัวเองสำเร็จเสียอีก
ส่วนตัวปกติเวลาทำงานจะฟังความคิดเห็นของคนในทีม และส่วนใหญ่จะตัดสินใจตามครรลองของทีมว่า
มีความเห็นอย่างไร ยกเว้นบางครั้งเราต้องยืนกรานว่าทำอย่างนี้ดีกว่า แต่ไม่บ่อยมากนัก
- ที่นี่ career path ไปไกลได้แค่ไหน
มนัสฤดี - the sky"s the limit ทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ถ้าคุณมีความสามารถ มี
ศักยภาพ และมีวิสัยทัศน์ คุณสามารถเติบโตได้ และเราอยากให้ทุกคนเติบโต จนมีความหวังลึก ๆ ว่าวัน
หนึ่งเราจะมีซีอีโอเป็นคนไทย
สมหทัย - แต่ต้องเป็นลูกหม้อเก่า (หัวเราะ)
- มีการวาง succession plan ในทีมของตัวเองอย่างไรบ้าง
สมหทัย - succession plan เราจะ work closely กับ HR มากในการวางแผน เราจะดูว่าลูกน้องคนไหนมี
ศักยภาพมาก สมมติว่าลูกน้องเรามีศักยภาพ 10 คน เราจะดูว่าคนนี้เหมาะกับตรงไหน เราจะวางต่อ และ
เวลาวางแผน เราวางทั้งหมด 3
สเต็ปคือ 1-2-3 เขาจะไปตรงไหนภายใน
5 ปี และจะสร้างให้ได้
ผุสดี - เรามีการให้พนักงานเขียนแรงบันดาลใจของตัวเอง และเราก็มาดู มาพูดคุย เพื่อสนับสนุนเขา จาก
นั้นเรามาดูช่องว่างที่จะเติมเต็มเขาต่อไป เราจึงต้องวาง type และทีมเราก็มองว่าอะไรคือ key position
เพื่อหา talent บางครั้งเรามี talent เก่งมาก แต่บางคนไม่อยากเติบโตในสายบริหาร เพราะรับผิดชอบ
เยอะ แต่เขาอยากเติบโตในสายงานที่เขาทำอยู่ เราจึงต้องหาวิธีหรือช่องทางเพื่อสนับสนุนเขาต่อไป
ยอน อา ชอย - succession plan ของดิฉันคือการสื่อสาร เป็นส่วนสำคัญมาก และการสื่อสารจะต้องไม่
เป็นทางการอย่างเดียว อาจเป็นการสื่อสารระหว่างทานข้าว หรือไปไหนด้วยกัน เพราะธรรมชาติคนไทยไม่
ค่อยกล้าลุกไปหาหัวหน้าเพื่อจะบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการ ดิฉันจึงพยายามเก็บข้อมูล และทำตัวเองให้
ลูกน้องรู้สึกกล้าที่จะเข้ามาพูดคุยมากที่สุด
การทำงานใกล้ชิดกับ HR สำคัญมาก เพราะว่าลอรีอัลมีหลายแผนก พนักงานคนหนึ่งอาจเป็นคนเก่งและ
สามารถส่งเสริมได้ ดังนั้น ถ้าเขาอยู่ผิดแบรนด์ ผิดแผนก เขาอาจแสดงศักยภาพไม่เต็มที่ ฉะนั้นหน้าที่
ของดิฉันคือต้องพยายามสรรหาลูกน้องให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะบอก HR และทำการโยกย้าย เพื่อให้เขา
เติบโตต่อไปในอนาคต
- ความฝัน ความหวังที่อยากจะทำ และอยากทิ้งลายเซ็นไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังจดจำเรามีอะไรบ้าง
ผุสดี - ธุรกิจความงามมีความหลากหลาย เพราะฉะนั้น การที่เราเข้ามาทำในส่วนของเวชภัณฑ์ ก็มีความ
รู้สึกว่านี่เป็นอีกเซ็กเมนต์หนึ่ง และเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น เพราะคนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตรงนี้
เป็นสิ่งที่อยู่ในใจเสมอ
สิ่งที่พยายามสร้างคืออยากทำ ให้ผู้บริโภคมองเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในส่วนของเครื่องสำอาง
อย่างชัดเจน และเครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องอยู่ในดีพาร์ต
เมนต์สโตร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องสำอางน่าจะเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุก ๆ จุด
ปัจจุบัน เรารับผิดชอบช่องทางในด้านเฮลท์แคร์ อย่างโรงพยาบาล ร้านขายยา ก็อาจจะเป็นความหวังอัน
หนึ่งที่อยากจะให้ลอรีอัลเปิดช่องทางในการจัดจำหน่ายกับผู้ประกอบการให้ชัดเจนมากขึ้น
เพราะปัจจัยหนึ่งเราต้องการให้พนักงานมีความเป็น entrepreneur ฉะนั้น ในอนาคตเราเชื่อว่าเราน่าจะ
สร้างให้พนักงานของเรามีส่วนนำผลิตภัณฑ์ไปส่งมอบให้ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจ
ตลาดเวชสำอางมากขึ้น
สมหทัย - จริง ๆ เป็นความฝันที่อยู่ข้างในตอนทำซาลอน เรามีธุรกิจบริการนวดไทยขึ้นชื่อ ร้านอาหารไทย
ขึ้นชื่อ แต่ทำไมเราทำร้านซาลอนให้โด่งดังในภูมิภาคไม่ได้ นั่นคือความฝันของร้านซาลอนที่อยากยก
ระดับให้กลับมาใหม่ เหมือนที่เราเคยยิ่งใหญ่มาก่อน
เพราะเมื่อก่อนเรามีโรงเรียนเสริมสวยดัง ๆ มาก ๆ ที่คนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียมาเรียน และอีก 3 ปีจะเปิด
ประชาคมอาเซียน ความฝันของเราคืออยากทำซาลอนให้เทียบเท่าระดับสากล
อันที่สอง ทำอย่างไรให้คนทำงานอาชีพนี้มีความภูมิใจในอาชีพ หรือทำอย่างให้พวกบัณฑิตที่จบจาก
มหา"ลัยชั้นนำอยากมาเป็นแฮร์สไตลิสต์ อยากทำร้านซาลอนอย่างภูมิใจ นั่นคือสิ่งที่อยากจะสร้างความ
ภูมิใจว่าอาชีพของแฮร์สไตลิสต์ อาชีพซาลอนเป็นอาชีพที่สวยงาม และจงภูมิใจในอาชีพนี้ที่เธอได้ทำ
มนัสฤดี - เราอยากให้น้อง ๆ ที่เรารับเข้ามาเติบโต ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ เพื่อเป็นซีอีโอ สอง
อยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง สาม อยากให้บริษัทเป็นบริษัทที่ใครเข้ามาทำงานแล้วมีความสุขในที่
ทำงาน และเจริญเติบโตในสายอาชีพ
ยอน อา ชอย - อยากเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานที่เปิดกว้างเข้าหาง่าย เป็นที่ปรึกษาได้ไม่ว่าจะอยู่ใน
สถานการณ์อะไร เรื่องธุรกิจ หรือเรื่องส่วนตัว ดิฉันอยากให้ทีมงานรู้จักฉัน และจดจำในฐานะที่เป็นผู้รับฟัง
ความคิดเห็น และให้ความช่วยเหลือตลอด
สดับพิณ - ถ้าวันหนึ่งจะต้องเดินออกจากบ้านหลังนี้ไป ดิฉันอยากเห็นเพื่อนพนักงานทำงานที่นี่
ต่อไปด้วยความภูมิใจในชื่อเสียงขององค์กร ในบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร มีสีสัน มีเสียงหัวเราะ
มีช่วงเวลาดี ๆ บรรยากาศที่ดิฉันได้พยายามสร้าง และผลักดันมาหลายปี
นอกจากนั้น ดิฉันอยากเห็นพันธมิตรทุกคนภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมงานกับเรา และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
กับลอรีอัลต่อไป เพราะเขาเชื่อมั่นในความตั้งใจและในความสำคัญของพันธกิจของเรา แม้ในวันที่ดิฉันไม่
อยู่แล้วก็ตาม
อันเป็นคำตอบสุดท้ายของผู้บริหารหญิงแห่งลอรีอัลในขณะนี้
จำกัด พร้อมกันถึง 5 ท่าน ยิ่งทั้ง 5 ท่าน
เป็นผู้บริหารหญิงเสียงข้างมากจากคณะผู้บริหารทั้งหมด 9 ท่านโดยมีผู้บริหารชายเพียง 4 ท่าน
ที่สำคัญ ผู้บริหารหญิงทั้ง 5 ท่านยังดูแลกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทด้วย นับว่าหาโอกาสยากยิ่ง
ยากทั้งในเรื่องจัดสรรเวลาให้ลงตัวพร้อมกัน และยากที่จะให้สัมภาษณ์ถึงมุมมอง วิสัยทัศน์ ทั้งต่อเรื่องการ
บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม การบริหารคน การให้โอกาสพนักงาน รวมถึงเรื่องความฝันและความหวัง
ต่อเรื่องการสร้างคนที่จะมาแทนที่เธอในอนาคต
แต่ผู้บริหารหญิงทุกท่านพร้อมใจกันตอบคำถาม พร้อมใจกันแสดงความคิดเห็น ที่ต่างเต็มไปด้วยเนื้อหา
อรรถรส และเสียงหัวเราะ จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าผู้บริหารหญิงเหล่านี้ช่างมีมุมมองในเชิงบวก
มุมมองของความเข้าใจในเพื่อนวิชาชีพเดียวกัน
ที่สำคัญ ยังเป็นมุมมองของการสร้างสรรค์ ที่ไม่ได้มองเฉพาะตัวเองแต่เพียงถ่ายเดียว หากมองไปถึง
องค์กร คู่ค้าทางธุรกิจ พนักงาน และการดูแลสังคม
อันเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของบริษัทแม่ที่ประเทศฝรั่งเศส
ฉะนั้น ต่อมุมมองหลากหลายเหล่านี้ ลองไปฟังคำตอบของพวกเธอดูว่ามีมุมมองอะไรน่าสนใจที่สามารถนำ
ไปปรับใช้ได้บ้าง เริ่มจากคนซ้ายมือ (จากรูป)
"สมหทัย กิตตานันทวงษ์" ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ
"ผุสดี สุจิตจร" ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง
"มนัสฤดี สุวรรณรัตน์" ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
"สดับพิณ คำนวณทิพย์" ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ และ
"ยอน อา ชอย" ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง ชาวเกาหลีใต้หนึ่งเดียวของ
ทีมผู้บริหารหญิง
ลองไปฟังดู !
- ไม่ทราบว่านโยบายของลอรีอัล วางแนวทางการเติบโตของผู้บริหารอย่างไรบ้าง
มนัสฤดี - นโยบายการพัฒนาคนเพื่อให้พนักงานก้าวขึ้นสู่ผู้บริหารนั้น
จริง ๆ เราไม่ได้ระบุหรอกว่าอายุเท่าไหร่ ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย เพราะทุกคนมีโอกาส
เท่า ๆ กัน เพราะนโยบายของบริษัทเน้นเรื่องความหลากหลาย คือเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีศักยภาพ แต่
เราพยายามบาลานซ์ในจำนวนเท่า ๆ กัน ถ้าถามว่า
ผู้หญิงเยอะกว่าไหม เยอะกว่า เพราะ type ของธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงาม
สดับพิณ - จริง ๆ แล้วองค์กรของลอรีอัลให้โอกาสพนักงานออกแบบ career path ด้วยตัวเอง คือเราจะมี
ช่วงของการคุยกันระหว่างพนักงานกับผู้บริหารปีละ 2 ครั้ง ระหว่างคุยกัน พนักงานสามารถบอกเราได้ว่า
เขามีความปรารถนาที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งต่อไปอย่างไร และเรามีโอกาสที่จะวาง career path ของเขาว่า
จะมูฟไปแผนกไหน หรืออยากเติบโตในประเทศไทย ภูมิภาค ถ้าเขามีความสามารถ เราจะมอบโอกาส
ให้เขา
- ความท้าทายในการทำงาน
ยอน อา ชอย - ดิฉันมี soft skill ในเรื่องการปรับตัว อีกอย่างคือจังหวะการทำงาน ตอนอยู่ที่เกาหลีใต้
จะไม่ค่อยได้ตั้งสติเท่าไหร่ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว ไม่ค่อยได้วางแผนระยะยาว แต่มาอยู่ที่นี่มีโอกาสนั่ง
วางแผนระยะยาวได้ อีกอย่างตอนมาอยู่ประเทศไทยใหม่ ๆ สังคมวัยรุ่นกำลังคลั่งไคล้เกาหลีมาก (หัวเราะ)
ผุสดี - ตัวเองคิดว่าชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลง และการคิดว่าเราต้องออกจากสิ่งที่คุ้นเคย หรือ comfort
zone คือการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
ดังนั้น ความท้าทายคือ ต้องสร้างความยอมรับของทีมงานในองค์กร เพราะคนในทีมเขามีประสบการณ์
มากกว่าเรา เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น ที่สำคัญต้องเปิดโอกาสหรือสร้างจุดแข็งที่จะเพิ่มเข้าไปในทีม และ
1 ปีผ่านมา ผลประกอบการและ performance เป็นไปในทางที่ดี
สมหทัย - เราจะมองปรัชญา 3 H ตลอด H แรกคือ Heart -ใจ ทำอะไรต้องทำด้วยใจรัก และทุกอย่างจะ
ตามมาทั้งหมด สิ่งที่สองคือ Hundred% ต้องเต็มร้อย และท้ายที่สุดเราจะ happiness และความสุขจะ
ตามมา
สดับพิณ - ดิฉันอยากช่วยผลักดันให้พนักงาน พันธมิตร และผู้บริโภครู้จักเรามากขึ้น นับถือเรามากขึ้น
และรักเรามากขึ้น หลายคนอาจรู้ว่าลอรีอัลเป็นบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก อันดับสองของ
ประเทศไทย (ไม่นับตลาดความงามแบบขายตรง) แต่จริง ๆ เรามีอะไรมากกว่านั้นเยอะ เราเป็นบริษัทที่มี
นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ก่อตั้ง มีศูนย์วิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เราทำทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐานทางจรรยาบรรณที่เคร่งครัด
เรามีโครงการเพื่อสังคมที่เราทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง บทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการ
สร้างสรรค์เพื่อผลิตภัณฑ์ความงามเท่านั้น แต่เราต้องการช่วยสร้างสังคมที่สวยงามและเข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน ดิฉันก็มีปรัชญาในการทำงาน 2 อย่างคือ หนึ่ง ตั้งเป้าหมายให้สูงที่สุด และเตรียมตนเองให้
พร้อมเสมอ แม้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด สอง คุณค่าของเวลาไม่ได้วัดด้วยจำนวนปี แต่วัดด้วย
ความหมายของสิ่งที่เราทำ และความสุขที่เราได้มอบให้กับผู้อื่น
- คุณมนัสฤดีมองเห็นความท้าทายอะไรจากที่นี่
มนัสฤดี - มองเห็นแบรนด์ก่อน และนายเอาสมุดที่เกี่ยวกับลอรีอัลมาให้ดู และบอกว่ายูรู้ไหมเรามีทั้งหมด
19 แบรนด์ เราดูก็รู้ว่าสินค้าเหล่านี้เราใช้อยู่ประจำ ก็เลยคุยกับนายว่าเราน่าจะ add value ให้กับ
องค์กรได้
- แล้วเรื่องการสร้างทีมเป็นอย่างไร
มนัสฤดี - เคพีไอของดิฉันมีอยู่อย่างหนึ่งคือจะต้อง cross functional ให้คนเติบโตอย่างน้อย 15% ต่อปี
หรือทำเรื่องโอนย้ายพนักงาน 500 กว่าคน ให้ได้ประมาณ 60 คน ที่จะต้องโอนย้ายแผนกเพื่อการเติบโต
ทั้งในองค์กรและต่างประเทศ หรือไป head office เพราะทุก ๆ ปีเขาอยากได้คนไทย คนไทยมีคุณภาพ
ถามว่าตอนนี้พอใจหรือยัง ก็ยังไม่พอใจ แต่เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่อยากไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น เขาอยาก
หาประสบการณ์ ดังนั้น หน้าที่ของดิฉันคือต้องสร้างคนเหล่านี้ให้มีจำนวนมากขึ้น
- แล้วเรื่องการรีครูตเพื่อให้สอดรับกับแต่ละธุรกิจล่ะ
มนัสฤดี - ยกตัวอย่างมาร์เก็ตติ้งที่จะต้องดูแลคนทางด้านแฮร์ เขาจะไม่เหมือนกับแผนกอื่น เขาต้องมี
ความรู้เรื่องแฮร์ และจะต้องดิวกับซาลอน ส่วนคุณยอน อา ชอย เขาต้องดิวกับดีพาร์ตเมนต์สโตร์ และ
เคาน์เตอร์แมเนจเมนต์ เขาจะมี skill set ต่างกันหรือถ้าจะรีครูตคนให้กลุ่มคุณผุสดี เขาจะต้องดิวกับหมอ,
โรงพยาบาล, ร้านขายยา เขาก็จะมี skill set แบบหนึ่ง ลักษณะของการทำมาร์เก็ตติ้งจะแตกต่างกัน
เพราะลักษณะของธุรกิจไม่เหมือนกัน แต่จะต้องมีความเป็นลอรีอัลเหมือนกัน
สมหทัย - แผนกซาลอนท้าทายมากในการหาคน เราเป็น business to business เพราะเราต้องพูดกับ
ช่างผม ดังนั้นเวลาสัมภาษณ์จึงมองอยู่ 2 แคแร็กเตอร์ หนึ่งเขาต้องมีความเป็น entrepreneur เพราะว่า
เขาต้องทำธุรกิจซาลอนให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าธุรกิจซาลอนประสบความสำเร็จ เราอยู่ได้ เพราะ
เราเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้กับร้านซาลอน และร้านจะไป
ปั้นแต่งความงามให้กับลูกค้าต่อ
อย่างที่สองคือ ความเป็นครีเอทีฟ คือเขาจะต้องไปสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการเติมสีสันทรงผม และ
เขาจะต้อง think out of the box ตรงนี้เป็นจุดท้าทาย เพราะเราไม่มีบุคลากรสำเร็จรูปที่พร้อมใช้ เราจึง
ต้องมากรูมก่อน เพื่อให้เขาสำเร็จรูปและทำให้ได้ตามที่เราต้องการ
- เวลาหาคนเพื่อมาเสริมในแต่ละ business unit ยากไหม
มนัสฤดี - มีทั้งความง่ายและยาก แต่โชคดีที่แบรนด์ลอรีอัลมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เขาอยากทำงานใน 4
division แต่การที่จะอยู่ division ไหน core competency คืออะไร งานที่ทำคือทำอะไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เพราะการทำงานในแต่ละ division แตกต่างกัน ถามว่าท้าทายไหม ท้าทายมาก เราพยายามหาคนที่เหมาะ
กับองค์กรมากที่สุด
ผุสดี - ทุก division มีความท้าทายตลอด เพราะความงามไม่อยู่ถาวร แต่คนอยากให้อยู่ถาวร
เราจึงต้องทำธุรกิจให้ตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคมากที่สุด
ที่นี่ผู้บริหารพยายามถามคำถาม เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมากที่สุด เพื่อจะได้นำข้อคิด
เห็นไปพัฒนาต่อ ทั้งยังให้โอกาสแสดงความสามารถเต็มที่ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่บริหารจัดการได้ หรือ
ความเป็นหุ้นส่วนกันแต่ละทีม เหมือนมีพี่เลี้ยงกันทั้ง 4 division ลักษณะการทำงานจึงเป็นทีมเวิร์ก เป็น
คู่คิด จะไม่เป็นผู้ประกอบการที่โดดเดี่ยว และมีการ
แลกเปลี่ยน สนับสนุนซึ่งกันและกัน
- ทีมงานของคุณยอน อา ชอยเป็นอย่างไรบ้าง
ยอน อา ชอย - ที่เกาหลีมีระดับของการแข่งขันมากกว่าที่นี่หน่อยหนึ่ง แต่ทีมคนไทยสปิริตดีมาก
เป็นทีมที่ไม่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อความสำเร็จของตัวเอง แต่เป็นทีมที่เน้นความเข้าใจซึ่งกันและกัน
พร้อมยินดีช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานให้ทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าตัวเองสำเร็จเสียอีก
ส่วนตัวปกติเวลาทำงานจะฟังความคิดเห็นของคนในทีม และส่วนใหญ่จะตัดสินใจตามครรลองของทีมว่า
มีความเห็นอย่างไร ยกเว้นบางครั้งเราต้องยืนกรานว่าทำอย่างนี้ดีกว่า แต่ไม่บ่อยมากนัก
- ที่นี่ career path ไปไกลได้แค่ไหน
มนัสฤดี - the sky"s the limit ทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ถ้าคุณมีความสามารถ มี
ศักยภาพ และมีวิสัยทัศน์ คุณสามารถเติบโตได้ และเราอยากให้ทุกคนเติบโต จนมีความหวังลึก ๆ ว่าวัน
หนึ่งเราจะมีซีอีโอเป็นคนไทย
สมหทัย - แต่ต้องเป็นลูกหม้อเก่า (หัวเราะ)
- มีการวาง succession plan ในทีมของตัวเองอย่างไรบ้าง
สมหทัย - succession plan เราจะ work closely กับ HR มากในการวางแผน เราจะดูว่าลูกน้องคนไหนมี
ศักยภาพมาก สมมติว่าลูกน้องเรามีศักยภาพ 10 คน เราจะดูว่าคนนี้เหมาะกับตรงไหน เราจะวางต่อ และ
เวลาวางแผน เราวางทั้งหมด 3
สเต็ปคือ 1-2-3 เขาจะไปตรงไหนภายใน
5 ปี และจะสร้างให้ได้
ผุสดี - เรามีการให้พนักงานเขียนแรงบันดาลใจของตัวเอง และเราก็มาดู มาพูดคุย เพื่อสนับสนุนเขา จาก
นั้นเรามาดูช่องว่างที่จะเติมเต็มเขาต่อไป เราจึงต้องวาง type และทีมเราก็มองว่าอะไรคือ key position
เพื่อหา talent บางครั้งเรามี talent เก่งมาก แต่บางคนไม่อยากเติบโตในสายบริหาร เพราะรับผิดชอบ
เยอะ แต่เขาอยากเติบโตในสายงานที่เขาทำอยู่ เราจึงต้องหาวิธีหรือช่องทางเพื่อสนับสนุนเขาต่อไป
ยอน อา ชอย - succession plan ของดิฉันคือการสื่อสาร เป็นส่วนสำคัญมาก และการสื่อสารจะต้องไม่
เป็นทางการอย่างเดียว อาจเป็นการสื่อสารระหว่างทานข้าว หรือไปไหนด้วยกัน เพราะธรรมชาติคนไทยไม่
ค่อยกล้าลุกไปหาหัวหน้าเพื่อจะบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการ ดิฉันจึงพยายามเก็บข้อมูล และทำตัวเองให้
ลูกน้องรู้สึกกล้าที่จะเข้ามาพูดคุยมากที่สุด
การทำงานใกล้ชิดกับ HR สำคัญมาก เพราะว่าลอรีอัลมีหลายแผนก พนักงานคนหนึ่งอาจเป็นคนเก่งและ
สามารถส่งเสริมได้ ดังนั้น ถ้าเขาอยู่ผิดแบรนด์ ผิดแผนก เขาอาจแสดงศักยภาพไม่เต็มที่ ฉะนั้นหน้าที่
ของดิฉันคือต้องพยายามสรรหาลูกน้องให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะบอก HR และทำการโยกย้าย เพื่อให้เขา
เติบโตต่อไปในอนาคต
- ความฝัน ความหวังที่อยากจะทำ และอยากทิ้งลายเซ็นไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังจดจำเรามีอะไรบ้าง
ผุสดี - ธุรกิจความงามมีความหลากหลาย เพราะฉะนั้น การที่เราเข้ามาทำในส่วนของเวชภัณฑ์ ก็มีความ
รู้สึกว่านี่เป็นอีกเซ็กเมนต์หนึ่ง และเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น เพราะคนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตรงนี้
เป็นสิ่งที่อยู่ในใจเสมอ
สิ่งที่พยายามสร้างคืออยากทำ ให้ผู้บริโภคมองเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในส่วนของเครื่องสำอาง
อย่างชัดเจน และเครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องอยู่ในดีพาร์ต
เมนต์สโตร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องสำอางน่าจะเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุก ๆ จุด
ปัจจุบัน เรารับผิดชอบช่องทางในด้านเฮลท์แคร์ อย่างโรงพยาบาล ร้านขายยา ก็อาจจะเป็นความหวังอัน
หนึ่งที่อยากจะให้ลอรีอัลเปิดช่องทางในการจัดจำหน่ายกับผู้ประกอบการให้ชัดเจนมากขึ้น
เพราะปัจจัยหนึ่งเราต้องการให้พนักงานมีความเป็น entrepreneur ฉะนั้น ในอนาคตเราเชื่อว่าเราน่าจะ
สร้างให้พนักงานของเรามีส่วนนำผลิตภัณฑ์ไปส่งมอบให้ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจ
ตลาดเวชสำอางมากขึ้น
สมหทัย - จริง ๆ เป็นความฝันที่อยู่ข้างในตอนทำซาลอน เรามีธุรกิจบริการนวดไทยขึ้นชื่อ ร้านอาหารไทย
ขึ้นชื่อ แต่ทำไมเราทำร้านซาลอนให้โด่งดังในภูมิภาคไม่ได้ นั่นคือความฝันของร้านซาลอนที่อยากยก
ระดับให้กลับมาใหม่ เหมือนที่เราเคยยิ่งใหญ่มาก่อน
เพราะเมื่อก่อนเรามีโรงเรียนเสริมสวยดัง ๆ มาก ๆ ที่คนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียมาเรียน และอีก 3 ปีจะเปิด
ประชาคมอาเซียน ความฝันของเราคืออยากทำซาลอนให้เทียบเท่าระดับสากล
อันที่สอง ทำอย่างไรให้คนทำงานอาชีพนี้มีความภูมิใจในอาชีพ หรือทำอย่างให้พวกบัณฑิตที่จบจาก
มหา"ลัยชั้นนำอยากมาเป็นแฮร์สไตลิสต์ อยากทำร้านซาลอนอย่างภูมิใจ นั่นคือสิ่งที่อยากจะสร้างความ
ภูมิใจว่าอาชีพของแฮร์สไตลิสต์ อาชีพซาลอนเป็นอาชีพที่สวยงาม และจงภูมิใจในอาชีพนี้ที่เธอได้ทำ
มนัสฤดี - เราอยากให้น้อง ๆ ที่เรารับเข้ามาเติบโต ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ เพื่อเป็นซีอีโอ สอง
อยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง สาม อยากให้บริษัทเป็นบริษัทที่ใครเข้ามาทำงานแล้วมีความสุขในที่
ทำงาน และเจริญเติบโตในสายอาชีพ
ยอน อา ชอย - อยากเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานที่เปิดกว้างเข้าหาง่าย เป็นที่ปรึกษาได้ไม่ว่าจะอยู่ใน
สถานการณ์อะไร เรื่องธุรกิจ หรือเรื่องส่วนตัว ดิฉันอยากให้ทีมงานรู้จักฉัน และจดจำในฐานะที่เป็นผู้รับฟัง
ความคิดเห็น และให้ความช่วยเหลือตลอด
สดับพิณ - ถ้าวันหนึ่งจะต้องเดินออกจากบ้านหลังนี้ไป ดิฉันอยากเห็นเพื่อนพนักงานทำงานที่นี่
ต่อไปด้วยความภูมิใจในชื่อเสียงขององค์กร ในบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร มีสีสัน มีเสียงหัวเราะ
มีช่วงเวลาดี ๆ บรรยากาศที่ดิฉันได้พยายามสร้าง และผลักดันมาหลายปี
นอกจากนั้น ดิฉันอยากเห็นพันธมิตรทุกคนภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมงานกับเรา และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
กับลอรีอัลต่อไป เพราะเขาเชื่อมั่นในความตั้งใจและในความสำคัญของพันธกิจของเรา แม้ในวันที่ดิฉันไม่
อยู่แล้วก็ตาม
อันเป็นคำตอบสุดท้ายของผู้บริหารหญิงแห่งลอรีอัลในขณะนี้
20 ก.ค. 2555
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น