ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตัน ภาสกรนที จาก ม.3 สู่ CEO ผู้ร่ำรวย (น้ำใจ)


หลังจากนำเสนอบุคคลที่ประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ได้จบปริญญาไป ซึ่งทั้งหมดเป็น 

ชาวต่างชาติ วันนี้ผมขอหยิบยกคนไทยที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจที่สำคัญรวยมากๆ 

ที่รวยไม่ใช้ตัวเงินนะครับ แต่หมายรวมไปถึงน้ำใจ ที่คุณตันมีให้คนไทยเสมอ 

เมื่อไหร่ที่ประเทศนี้ต้องการผมเคยดูรายการ the IDOL คนบันดาลใจ แล้ววันนั้นแขก

รับเชิญ เป็นคุณตัน ภาสกรนที 

ผมชอบแนวความคิดและการใช้ชีวิต ของคุณตันมากๆ คนอะไรทำงานไปก่อนเวลา

ทำงาน และกลับบ้านหลังจากที่ทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้ว แถมเมื่อทำธุรกิจร้าน

ขายหนังสือ ยังจำได้อีกว่าลูกค้าคนไหนอ่านหนังสืออะไร ลูกค้ามาถึงไม่ต้องเอ่ย

ปากคุณตันแกหยิบใส่ถุงให้ทันที (เพราะคุณตันแอบจดไว้ว่าลูกค้าท่านนั้นซื้อหนังสือ

เล่มใดเป็นประจำนั่นเอง)

แค่เกรินเพื่อนๆ Sanook! Campus หลายคนก็อยากรู้จักผู้ชายคนนี้กันแล้ว 

วันนี้ผมขอพาเพื่อนๆมารู้จักกับ นักธุรกิจคนเก่ง คนนี้กัน

ตัน ภาสกรนที เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2502 ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน 

ที่มีฐานะปานกลาง ที่บิดาอพยพมาจากประเทศจีน และได้ตั้งรกรากที่จังหวัดชลบุรี 

จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเริ่มทำงานแรกเป็นพนักงานแบกของ 

เริ่มต้นค่าแรงในการทำงาน 700 บาท และหันมาทำอาชีพพ่อค้าแผงหนังสือที่ชลบุรี 

และได้เริ่มต้นซื้อห้องแถวขยายกิจการจนเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

ตัน เริ่มต้นธุรกิจ "โออิชิ" ภัตตาคารบุปเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น และมีธุรกิจอื่นๆ เช่น สตูดิโอ

ถ่ายภาพแต่งงาน จนกระทั่ง มาทำธุรกิจเครื่องดื่ม คือ ชาเขียวโออิชิ และ อะมิโน โอเค

วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553 คุณตัน อำลาจาก บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 

อย่างเป็นทางการและก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ตันไม่ตัน จำกัด 

โดย คุณตัน ให้คำมั่นสัญญาในการทำบริษัทนึ้ว่า

" ในการเริ่มต้นธุรกิจของบริษัท ไม่ตัน จำกัดครั้งนี้ เงินปันผลของบริษัทในส่วนที่ผม

และคุณอิง ภรรยาของผมถือหุ้นอยู่ ผมขอแบ่งเงินปันผลนี้ 50% ให้กับมูลนิธิตันปัน 

ตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินการเป็นต้นไป จนเมื่อผมอายุครบ 60 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เดือน 9 

พ.ศ. 2562 ผมจะเพิ่มเงินบริจาคไม่ต่ำกว่า 90% ให้กับมูลนิธิตันปันตลอดไปเพื่อใช้

ในการพัฒนาการศึกษาและสิ่งแวดล้อม"

" ผมยอมเป็นถังขยะ เพราะในถังขยะเต็มไปด้วยความลับ และความรู้ ที่หาที่อื่นไม่ได้ 

ประสบการณ์ที่ได้รับ ทำให้ผมสอนลูกน้อง หลายคนว่า ถ้าคุณยังทำงานไม่เต็มที่

ในวันนี้ ต่อไปเมื่อไปทำธุรกิจของตัวเอง ถึงจะคิดว่าเต็มที่ก็ไม่มีทางสำเร็จ 

เพราะการทำงานเต็มที่ ต้องสร้างสมจนเคยชิน จนกลายเป็นนิสัย ที่ผมประสบความ

สำเร็จในวันนี้เพราะ ตอนที่ผมทำงานให้กับคนอื่น ผมก็ทำเต็มที่ ทำจนเป็นนิสัย 

ถ้าคุณไม่เต็มที่ ตอนเป็นลูกน้อง วันที่คุณเป็นนายจ้าง คุณก็ไม่รู้หรอกว่าการทำงาน 

เต็มที่ต้องทำอย่างไร " 

นี่คือประโยคที่ ตัน ภาสกรนที ใช้สอนลูกน้อง จาก : WhO? Magazine

" เมื่อก่อน...ระหว่างทำงานที่โออิชิความสุขของผมคือการเห็นการเติบโตของบริษัท 

ซึ่งดูได้จากตัวเลขผลกำไรที่ขยับสูงขึ้นทุกปี รวมถึงตัวเลขในบัญชีของผมด้วย 

แต่วันนี้รู้สึกพอแล้วนะครับ ความสุขของผมในวันนี้ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี ไม่ใช่ตัวเลข

กำไรขาดทุนของบริษัท แต่กลับเป็นรอยยิ้มของคนที่ผมได้พบ และสิ่งที่ผมอยากจะ

ทำให้คนอื่น ที่ผ่านมาบางครั้งเราก็ย้อนถามตัวเองว่า คิดไหมว่าเราจะมีวันนี้ คำตอบคือ

ไม่เคยคิดหรอก สิ่งที่เรามีวันนี้มันเกินฝันเราไปเยอะแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เรามี

วันนี้คือโอกาสครับ โอกาสที่คนอื่นมอบให้เราตลอดชีวิต ผมมองว่าทุกๆคนมีความ

สามารถทั้งนั้น แต่บางคนไม่เคยได้รับโอกาสแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้ในฐานะ

ที่เป็นผู้รู้คุณค่าของการให้ ผมเลยอยากจะเปลี่ยนสถานะจากผู้รับเป็นผู้ให้บ้าง 

ความสุขวันนี้ของผมไม่ใช่รายได้ที่เราจะใส่กระเป๋าตัวเองอีกแล้ว แต่เป็นการมอบ

โอกาสให้กับคนอื่น แบ่งปันไปถึงคนรอบข้าง ทำงานก็ทำเต็มที่ แต่ผลออกมาจะได้

มากหรือน้อยก็ไม่ใช่ประเด็น แค่ได้ช่วยคนอื่นให้เขามีโอกาส 

เท่านี้ผมก็มีความสุขแล้วครับ " จาก : นิตยสาร เปรียว

Sanook! Campus- โชคชะตาไม่สามารถต้านทานมานะคนได้จริงๆ...

เรื่องโดย : Sanook! Campus

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...

ติดเกมเป็นเหตุ

เรื่องราวของหญิงประหลาดราย นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2015 เหตุเริ่มจากตำรวจในหังโจว ประเทศจีน ได้ออกตรวจตราความเรียบร้อย ตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ก็คงเหมือนในบ้านเราแหละ ที่มีการควบคุมอายุเด็กที่ม าใช้บริการ บางคนอายุไม่ถึงก็ใช้บัตรปร ะชาชนปลอม ตรวจไปตรวจมาก็เจอดีเข้าจนไ ด้ สาวรายหนึ่งที่มาใช้บริการป ระจำ บอกกับตำรวจว่าเธอชื่อ "เสี่ยวหยุน" ดูรูปร่างหน้าตาเธอก็น่าจะบ รรลุนิติภาวะแล้วล่ะ แต่ตำรวจพบว่าเธอใช้บัตรปร ะชาชนปลอม อ้าว! ทำไมงั้น มันต้องมีอะไรผิดปกติแล้วล่ ะ ทำไมไม่ใช้บัตรประชาชนตัวเอ ง ว่าแล้วก็ไปโรงพักกันหน่อยส ิ ขอสอบสวนเสียหน่อย พอเอาตัวมาโรงพัก ตำรวจก็ต้องสืบหาตัวตนจริง ๆ ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน พอเช็กลายนิ้วมือของเธอในระ บบ ก็ยิ่งตกใจ เพราะชื่อของเธออยู่ในรายชื ่อเด็กหาย ที่ครอบครัวแจ้งไว้ตั้งแต่ป ี 2005 ซึ่งก็ผ่านมา 10 ปีแล้ว บ้านเดิมของเธออยู่ในเมือง ดองยาง ห่างจากที่นี่ตั้งเป็น 100 ไมล์ จนพ่อแม่คิดว่าตายไปแล้ว ถอนชื่อเธอออกจากทะเบียนบ้า นไปแล้วด้วย เสี่ยวหยุน จำนนต่อหลักฐานก็เลยยอมเล่า ความจริงให้ฟัง ว่าเธอหนีออกจากบ้านมาตอนอา ยุ 14 ตอนนี้เธออายุ 24 ปีแล้ว ตำรวจได้ฟ...