ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

100 เหตุผลทรมานสังขาร ของ "นักวิ่งมาราธอน


ภาพจาก www.matichon.co.th
updated: 18 ส.ค. 2555 เวลา 14:22:29 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
"ลอนดอนเกมส์ โอลิมปิก 2012" ปิดฉากลงไปแล้ว หลังจากขับเคี่ยวชิงชัยเหรียญทอง

มาประดับศักดิ์ศรีของแต่ละชาติ

กัน อย่างเข้มข้นกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนแสงไฟในกระถางคบเพลิงจะมอดดับลง 


เจ้าภาพเมืองผู้ดีขอส่งท้ายด้วยแสง สี เสียงเต็มรูปแบบใน "พิธีปิด" อันตระการตา 

ประหนึ่งมหกรรมคอนเสิร์ตระดับโลกจากทัพศิลปินดังของเกาะอังกฤษ

แต่ ไฮไลต์ที่น่าสังเกต มีกีฬาพระเอกเพียงรายการเดียวที่ได้รับเกียรติขึ้นแท่นมอบเหรียญ


ระหว่างพิธี ปิดโอลิมปิกอย่างยิ่งใหญ่อลังการ นั่นคือ "วิ่งมาราธอนชาย"

สตีเฟ่น คีโพรทิช ยอดปอดเหล็ก สัญชาติยูกันดา

สร้าง เซอร์ไพรส์วิ่งแซงโค้งตัวเก็งจากเคนยาในช่วงท้ายของมาราธอน 


คว้าเหรียญทองแรกให้ประเทศบ้านเกิดในรอบ 40 ปี และเป็นเพียงประเทศเดียว

ที่มีสิทธิ์นำธงขึ้นสู่เสา พร้อมเปิดเพลงชาติยูกันดาดังกระหึ่มโอลิมปิก สเตเดียม 

ท่ามกลางสักขีพยานกว่า 8 หมื่นคน

ตามธรรมเนียมของโอลิมปิกต้องจัด พิธีมอบเหรียญทองมาราธอนชายในพิธีปิดทุกครั้ง 


นอกเหนือเหตุผลที่เป็นกีฬาประเภทสุดท้ายที่แข่งขันแล้ว นับตั้งแต่โอลิมปิกครั้งแรก

ที่กรุงเอเธนส์ ได้ยกให้ "มาราธอน" เป็นกีฬาสัญลักษณ์ของโอลิมปิกสมัยใหม่

กีฬาดราม่าอย่าง "วิ่งมาราธอน" เกิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่วีรบุรุษกรีกนาม "ฟิดิปปิเดส" 


จากวีรกรรมวิ่งมหาโหดด้วยเท้า เปล่าโดยไม่หยุดพักจาก "ทุ่งมาราธอน" กลับมายังกรุงเอเธนส์ 

เพื่อแจ้งข่าวดีว่า "เรามีชัยเหนือเปอร์เซียแล้ว" หลังเสร็จภารกิจสำคัญ เขาก็สิ้นใจตาย

แม้ว่าการแข่งขันวิ่งมาราธอนในโอลิมปิกทุกครั้งจะ ได้รับเสียงเชียร์ "เงียบกริบ" 


จากแฟนกีฬาชาวไทย แต่ปรากฏการณ์ลุกขึ้นมาสวมรองเท้าวิ่งในหมู่คนเมือง

เริ่มเป็นกระแสขึ้น หลังจากภาพยนตร์อารมณ์ ฟีล กู๊ด จากค่าย GTH เรื่อง "รัก 7 ปี ดี 7 หน"

ของผู้กำกับเก้ง-จิระ มะลิกุล ในตอนชื่อ "42.195"

42.195 กิโลเมตร เป็นระยะทางการแข่งขัน "ฟูลมาราธอน" เพียงแค่เห็นตัวเลขยาวเหยียด 


ภาพถนนยาวไกลเกินกว่าคิดอยากจะออกไปวิ่งก็ผุดขึ้นในหัว แต่ด้วยรัศมีใบหน้าของ

"นิชคุณ" (หรเวชกุล) ซูเปอร์สตาร์ไทยดังระดับเอเชีย โผล่มาทิ้งโจทย์ในหนังด้วยวลีเด็ดว่า...

"ถ้า คุณอยากวิ่ง คุณวิ่งกิโลเดียวก็พอ แต่อยากพบชีวิตใหม่ คุณค่อยวิ่งมาราธอน" 


ฉุดเกิดแรงกระตุ้นฮึกเหิมอยากเข้าใจปรัชญาล้ำถึง "การวิ่งมาราธอนเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิต" 

คำคมนี้ดัดแปลงจากคำพูดของเอมิล ซาโตเปก นักวิ่งมาราธอนระดับตำนานชาวเช็ก

ปกติการแข่งขันวิ่ง มาราธอนสำหรับบุคคลทั่วไป เกิดก่อนเวลาฟ้าสางของวันอาทิตย์ 


นักวิ่งนับหมื่นชีวิตสวมเสื้อกล้ามสีสดใสติดหมายเลขบนหน้าอก มายืนชุมนุมที่จุดสตาร์ต

ยามตี 3 เพื่อมาให้ทันเวลากำหนดปล่อยตัว อดทน เจ็บปวดทรมานตน

หลายชั่วโมง บนเส้นทางวิ่งระยะไกลกว่า 40 กิโลเมตร

ในหมู่นักวิ่งด้วยกันคงเข้าใจและยินดีแบกรับความเจ็บปวดอย่างเปื้อนสุขปนซาดิสต์เช่นนั้น 


แต่จากสายตาคนนอกอาจงุนงงสงสัยว่า "วิ่งไปทำไม ?" มนต์เสน่ห์อันใดเสกเป่าให้

นักวิ่งมาราธอนสืบเท้าก้าววิ่งได้รอดตลอดเส้นทาง สุดหฤโหด

"มูราคามิ" นักเขียนนิยายชื่อดังชาวญี่ปุ่น เลือกลงทัณฑ์ทรมานบนเส้นทางวิ่งมาราธอน


นานกว่า 30 ปี เพื่อพลิกชีวิตเดิมจากเจ้าของบาร์แจ๊ซเล็ก ๆ

สู่นักเขียนชื่อก้องโลก เขาบันทึกเกร็ดความคิดบนก้าววิ่งไว้ในหนังสือเรื่อง 


"What I Talk About When I Talk About Running"

ด้วยบทสรุปที่ว่า "สิ่งที่ผมรู้ทั้งหมดในการเขียนนิยาย ผมเรียนรู้จากการวิ่งเป็นประจำทุกวัน"

ราชาทูน่าโลก "ธีรพงศ์ จันศิริ" ซีอีโอ TUF เคยให้สัมภาษณ์กับประชาชาติธุรกิจ


เผยถึงเคล็ดการทำธุรกิจแสนล้านจนประสบความสำเร็จ ก็เหมือนการวิ่งมาราธอน 

นักธุรกิจรายนี้เคยผ่านทั้งสนามนิวยอร์กมาราธอน และโตเกียวมาราธอน

"ผม มองธุรกิจเหมือนวิ่งมาราธอน ความท้าทายในเป้าหมายที่ไม่เคยหยุดนิ่ง 


ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือการวิ่งแข่งกับตัวเอง แล้วระยะทางที่ไปย่อมมีโอกาสให้

คุณล้มตลอดเวลา อะไรที่เคยสำเร็จวันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่สำเร็จ แต่ที่สำคัญ 

คือผู้วิ่งมีหน้าที่ไปให้ถึงเส้นชัย"

ใน มุมมองของดีกรีนักกรีฑาทีมชาติไทย "สายฝน เปี้ยวงศ์" ผู้ชนะในรายการ 


"อาดิดาส คิง ออฟ เดอะ โรด" เป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งขันวิ่งระยะไกล

ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประเทศสิงคโปร์

"แม้ตัวเองจะเป็นนักกรีฑา แต่การวิ่งมาราธอนก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะต้องวิ่งระยะทาง


กว่า 42 กิโลเมตร ต่อเนื่องเป็นชั่วโมง ๆ ถ้าไม่ฟิตซ้อมอย่างดี 

อาจเกิดอาการที่เรียกว่าชนกำแพงได้"

"ชนกำแพง" เป็นศัพท์ที่นักวิ่งรู้กันว่าหมายถึงอาการขาอ่อนหมดเรี่ยวแรง 


เหมือนมีโซ่ตรวนหนัก ๆ ฉุดรั้งถ่วงที่ขาแบบก้าวไม่ออก อาจเกิดจากวิ่งติดต่อกัน

ตั้งแต่ 3 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้สารกลัยโคเจนในร่างกายที่ใช้เป็นพลังงานเกิดหมดลงได้

แต่ศัตรูหมายเลขหนึ่งในมาราธอนคือจิตใจตัวเอง !

"ห้ามถอดใจเพียงเสี้ยววินาที เพราะจิตใจจะสั่งร่างกายให้หยุดวิ่งทันที 


แต่หากเกิดเป็นตะคริวระหว่างวิ่ง ก็ต้องเรียนรู้อยู่กับตะคริวอย่างไร ค่อย ๆ

ลดความเร็วลง และประคับประคองการวิ่งให้ถึงเส้นชัยให้ได้"

"มนตรี ยันตรีสิงห์" ชายวัย 67 ปี ดูแข็งแกร่ง เหงื่อเปียกชุ่มกาย แต่ดูมีความสุข 


เคยลงแข่งฟูลมาราธอนมาแล้ว 4 ครั้ง และวิ่งระยะไกลอื่น ๆ กว่า 90 สนาม

"เรื่อง ที่น่าอภิรมย์บนทางวิ่งคือมิตรภาพ ต่างคนต่างช่วยเหลือกัน ให้กำลังใจกัน 


ผมได้เรียนรู้ขั้นตอนของแต่ละคนในการวิ่งที่ไม่เหมือนกัน ความสามารถแต่ละคน

ก็ย่อมไม่เท่ากัน ฉะนั้น อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ต้องสังเกต และปรับตัวเองไปเรื่อย ๆ 

การวิ่งตามแบบคนอื่น อาจทำให้บาดเจ็บได้ 

ก็ เหมือนในสนามชีวิต ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาให้เป็น ยามใดไม่ไหว 

ก็สลับเดินบ้างก็ได้ แต่ขออย่าหยุด และเลือกวิ่งให้เต็มที่ ตามเวลาของตัวเอง 

แล้วถ้วยรางวัลจะตามมา"

ทุกคนต่างวิ่งไปสู่เป้าหมายและเส้นชัยเดียวกัน นั่นก็คือ

"เอาชนะใจตัวเอง" ถ้ามนุษย์สามารถเอาชนะตัวเองได้แล้ว ก็ไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกั้นได้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Detox ราคาประหยัดด้วยกระเจี๊ยบเขียว

หลังจากงานเฉลิมฉลอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงกินเลี้ยงสังสรรค์กัน อาจจะเผลอตามใจปาก อาจลืมดูแล สุขภาพ ตัวเอง ว่าในรอบปีที่ผ่านมาร่างกายเราทำงานหนักโดยเฉพาะสุขภาพภายในที่ต้องแบกภาระหนักกับอาหารการกินที่เรากินเข้าไปอย่างไม่ระวัง เช่น กินปลาดิบ เสต็ก ผักดิบ ของหมักดอง  อาหารเหล่านี้อาจจะมีพยาธิแฝงตัวอยู่ อย่างน้อยร่างกายเราควร detox การถ่ายพยาธิปีละครั้งก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากเจ้าพยาธิจะทำให้เลือดลมเดินไม่ดี และเมื่อมีการวางใข่ก็จะทำให้เลือดสกปรก ส่งผลทำให้เป็น ไฝ ฝ้า ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส กระเจี๊ยบเขียว  เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยสูง คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำ กระเจี๊ยบเขียวมาจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารได้หลายอย่างอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว แกงกะหรี่ปลาใส่กระเจี๊ยบเขียว ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวชุบแป้งทอด เป็นต้น สรรพคุณทางยา กระเจี๊ยบเขียว  เป็นพืชที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามตลาดสดทั่ว รวมทั้งในศูนย์การค้า มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ...

20 อาหารล้างพิษ

20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆครับ 20 อาหารล้างพิษค่ะเพื่อนๆ 1. สาหร่าย : ช่วยดูดซึมคลื่นรังสีที่สะสมในร่างกาย สามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก 2.  หัวหอม : ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดระดับ LDL ตัวการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น รักษาโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ 3. มะนาว : เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น 4. เมล็ดแฟลกซ์ : อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับ LDL นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย 5. กระเจี๊ยบ : น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยขจัดชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ 6. ทับทิม : สามารถรักษาอา...

ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช 1 ใน 10 ด็อกเตอร์ระดับโลก

                                           ขณะนำเสนองานวิจัย ณ ประเทศญี่ปุ่น                    หากได้ลองค้นดูตามองค์กรต่าง ๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มี คุณค่าแฝงตัวอยู่ทุกวงการ และความเก่งกาจของคนไทยหลายคน มิใช่เพียง จะได้รับการ ยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ความสามารถของคนไทย ได้ปรากฏให้เห็นในเวที โลก อยู่บ่อยทุกครั้งที่ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสแสดงฝีมือ เช่นเดียวกับด็อกเตอร์หนุ่ม คนนี้  "ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช" ผู้มีความรู้ความ สามารถทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา ในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมนิสต์  หรือ นักวิเคราะห์ข่าวด้านไอที  และล่าสุดเขาได้รับคัดเลือกจากสำนักพิมพ์  Enzed Publishing House  ประเทศนิวซีแลนด์ เข้าสัมภาษณ์เ...